บทความ

การปกครองและการประสานความร่วมมือในระดับชุมชน (Collaborative Governance)

รูปภาพ
ผมลงพื้นที่ชุมชนจัดเวทีในโครงการพัฒนาความรู้ทางการเงิน โดยอาจารย์สายฝน กระบวนการมีการแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกับชุมชนประเด็นอาชีพรายได้ รายจ่าย หนี้สิน เงินออม ภายในกิจกรรมได้เชิญภาคีมาร่วม แต่บางหน่วยงานยังติดภารกิจ จึงมาร่วมไม่ตรงเวลา อาทิท่านนายอำเภออากาศอำนวย วันแรก ท่านมาร่วมในกระบวนการฟังเสียงสะท้อนจากชุมชน ได้เห็นเครื่องมือเก็บข้อมูล คำถามวิทยากรกระบวนการตั้งประเด็นพูดคุย วันที่สอง ท่านมาร่วมในกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยและความสัมพันธ์ที่เป็นสาเหตุของปัญหา ได้เข้าอกเข้าใจกับทางเลือกดำรงชีพของครัวเรือนในชุมชน ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ สถาบันการศึกษามีบทบาทสำคัญของการประสานเชื่อมโยงภาคี มาร่วมพัฒนาชุมชน สร้างกลไกแบบ Collaborative Governance และที่สำคัญนายอำเภอบอกว่า กลไกควรยืดหยุ่นและสร้างการเรียนรู้ด้วย อย่างกระบวนการที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ได้จัดร่วมกับชุมชนใน 2 วันนี้ ----- เรื่อง: แตงโม สกลนคร 20-210169

การเขียนโครงการคืออาวุธใหม่ของชุมชนเข้มแข็ง เสียงจากองค์กรชุมชนสกลนคร

รูปภาพ
"สำนึกรักษ์บ้านเกิด" ไม่ควรเป็นเพียงคำนิยามที่สวยหรู แต่มันคือ "อำนาจในการกำหนดอนาคตชุมชนของเรา" จากการที่ผมได้มีโอกาสในฐานะตัวแทนมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เข้าร่วมประชุมพิจารณาโครงการปีงบประมาณ 2569 ของสภาองค์กรชุมชนจังหวัดสกลนคร (ตาม พ.ร.ฎ. พอช.) สิ่งที่ผมเห็นไม่ใช่แค่กระดาษเสนอขออนุมัติงบประมาณ แต่คือภาพสะท้อนของความพยายามที่ชุมชนต้องการ "ลุกขึ้นมาจัดการตัวเอง" อย่างแท้จริง 1. ตัวชี้วัดความเข้มแข็ง “เขียนได้ คิดเป็น ทำเอง” เราต้องเลิกติดกับดักการรอคอยงบประมาณจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ทักษะการเขียนโครงการเพื่อสะท้อนความต้องการของพื้นที่ คือดัชนีชี้วัดความเข้มแข็งที่จับต้องได้ที่สุด ชุมชนต้องเป็นผู้บอก ว่าพื้นที่ขาดอะไร และจะจัดการอย่างไร ความร่วมมือไร้รอยต่อ ภาพของแกนนำชาวบ้านที่จูงมือท้องถิ่น (อปท.) มาร่วมคิดร่วมทำ คือโมเดลความสำเร็จที่ยั่งยืน ความอดทนที่ออกดอกผล ต้องชื่นชม พอช. ที่บ่มเพาะทักษะนี้มาตั้งแต่ปี 2543 จนสร้าง "ผู้นำชุมชน" ที่มีทักษะบริหารจัดการโครงการได้จริง 2. บทบาทมหาวิทยาลัย ไม่ใช่แค่หอคอย แต่คือ "ที่ปรึกษาข้างกาย" มหาว...

“ปัจจัยอะไรที่ทำให้กลุ่มอาชีพในชุมชนแข็งแกร่ง เกิดการยกระดับ

รูปภาพ
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมบางกลุ่มอาชีพถึงเติบโตเอาๆ แต่บางกลุ่มกลับย่ำอยู่กับที่? จากที่ผมได้ลงพื้นที่ทำวิจัยและคลุกคลีกับพี่น้องมานาน ผมตกตะกอนความลับ 5 ข้อ ที่จะช่วยให้กลุ่มของเรา “โตแบบก้าวกระโดด” มาฝากกันครับ 5 หัวใจหลัก พากลุ่มอาชีพรุ่งเรือง การจะยกระดับกลุ่มอาชีพให้มีรายได้เข้ากระเป๋าต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แต่ต้องมี 5 อย่างนี้ ของต้องพอ (ปริมาณสินค้า) มีของขายสม่ำเสมอ ไม่ใช่ลูกค้ามาแล้วไม่มีให้ เงินต้องไหล (รายได้สม่ำเสมอ) ทำแล้วต้องมีกินมีใช้ตลอดปี ไม่ใช่รวยแค่วันเดียว ที่ขายต้องชัด (ตลาด) รู้ว่าใครจะซื้อ และซื้อที่ไหน เงินต้องหมุน (ทุนหมุนเวียน) มีระบบจัดการเงินที่ดี ไม่ให้ขาดมือ ใจต้องรวม (การประชุมกลุ่ม) เดินคนเดียวไปได้เร็ว แต่เดินด้วยกันไปได้ไกลครับ สูตรสำเร็จ "คน-งาน-เงิน" และ "ความเชื่อใจ" จุดที่จะทำให้กลุ่มองค์กรเราเปลี่ยนจาก “กลุ่มเล็กๆ” เป็น “กิจการที่มั่นคง” ได้นั้น ต้องบริหาร 3 เรื่องนี้ให้ขาดครับ คน วางตัวบุคคลให้เหมาะกับหน้าที่ ใครเก่งขายให้ขาย ใครเก่งทำให้ทำ งาน วางระบบการทำงานให้ชัดเจน ไม่สับสน เงิน บัญชีต้องโปร่งใส เบิกจ่ายได้ไว ตรวจ...

อย่าเพิ่งกล่าวหาสินค้าชุมชนว่า “ล้นตลาด” ถ้ายังไม่ได้วางแผนโลจิสติกส์และสร้างผู้ประกอบการ

รูปภาพ
หลายครั้งที่เราปลูกสินค้าหรือมีของดีๆ ออกมาเต็มสวน แต่กลับขายไม่ได้ราคา จนเรามักปลอบใจตัวเองว่า “สงสัยตลาดจะล้น” หรือ “คนปลูกกันเยอะเกินไป” แต่ถ้าลองมองกันตามจริง ปัญหาอาจไม่ใช่เพราะคนเลิกกินของที่เราปลูก แต่เป็นเพราะ “ของดีของเรา เดินทางไปไม่ถึงมือเขา” ต่างหากครับ 3 อุปสรรคใหญ่ที่กั้นขวางรายได้เรา ลองสังเกตดูครับว่าสินค้าของเรากำลังเจอเรื่องเหล่านี้อยู่หรือไม่? ส่งไปไม่ถึงเมือง เราอยู่ไกล การขนส่งลำบาก ค่ารถแพงจนไม่คุ้มทุน แผนการปลูกไม่ต่อเนื่อง ส่วนมากตลาดใหญ่อยากได้ของทุกวัน เช่นวันละ 100 กิโลฯ แต่เราทำได้แค่ตามมีตามเกิด บางวันเยอะจนล้น บางวันไม่มีส่ง ขาดเงินทุนและทักษะ จะให้ลองทำอะไรใหม่ๆ ก็กลัวเจ๊ง เพราะเงินลงทุนเราน้อย จะทำฟาร์มให้ได้มาตรฐานประณีตเหมือนในทีวีก็ยังขาดความรู้ เมื่อเราต่างคนต่างทำ ผลผลิตน้อยก็แย่งกันขาย พอมีมากก็ตัดราคากันเอง จนสุดท้ายระบบที่จะส่งของไปขายระดับโรงงานหรือห้างสรรพสินค้าก็เกิดไม่ได้เสียที ทางออกคือ “รวมกันเราอยู่” เปลี่ยนจาก ‘ชาวสวน’ เป็น ‘กิจการชุมชน’ ทางแก้เดียวที่จะทำให้เราสู้กับตลาดข้างนอกได้ คือการหยุดสู้เพียงลำพัง แล้วหันมารวมกลุ่มกันในรูปแบบ “บริ...

มากกว่างานวิจัย คือการพัฒนาคน

รูปภาพ
Financial Literacy หรือความรู้ทางการเงิน มันคือ "อำนาจในการกำหนดชะตาชีวิต" ในระดับมหภาค ปัญหานี้คือหลุมดำที่กักขังผู้คนไว้ในวงจรความยากจน และเป็นกำแพงสูงชันที่ท้าทายหัวใจของนักวิจัยทุกคน เมื่อความรู้และเทคโนโลยี... ไม่อาจเข้าถึงหัวใจ ทำไมปัญหานี้ถึงมีคนเพียงหยิบมือที่กล้าทุ่มตัวลงไปศึกษา? นั่นเพราะคำตอบไม่ได้อยู่ในหน้าจอกราฟหรืออัลกอริทึมที่ชาญฉลาด แต่คำตอบอยู่ที่ "คน" มนุษย์เรานั้นซับซ้อน ลึกซึ้ง และบ่อยครั้งที่เราเลือกปิดบังความเจ็บปวดหรือสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาไว้ภายใต้หน้ากาก ในงานวิจัยผมจึงไม่ได้มองคนเป็นเพียง "กลุ่มตัวอย่าง" แต่เรามองว่าการ "สร้างคน" คือเป้าหมายสูงสุดและเป็นคำตอบเดียวที่จะพังทลายกำแพงความยากจนนี้ได้ ศรัทธา คือ สะพานเชื่อมการเปลี่ยนแปลง การจะเปลี่ยนชีวิตใครสักคนไม่ใช่เรื่องของการออกคำสั่ง แต่มันคือการบ่มเพาะ "ศรัทธา" เราต้อง รับฟัง จนเขาไว้วางใจ เราต้อง ชี้แนะ จนเขาเห็นแสงสว่าง เราต้อง ร่วมแก้ไข และ ตัดสินใจ เคียงข้างเขา เราทำสิ่งเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความเพียร จนเกิดเป็นความเชื่อมั่น เพราะเมื่อใดที่ศรัทธาปราก...

เริ่มต้นสร้างทักษะทางการเงิน ผ่านเรื่องเล่าของยายเอ็ม-ยายพยอม กับสมุดเล่มเล็กประจำตัว

รูปภาพ
ผมมีเรื่องราวอบอุ่นหัวใจจากหมู่บ้านที่ทำวิจัยมาเล่าให้ฟังครับ เป็นเรื่องของ “ยายเอ็ม” และ “ยายพยอม” ผู้ใหญ่ที่รักเคารพ ที่เพิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” และการเรียนรู้นั้นไม่มีวันสายเกินไป โดยเฉพาะเรื่องการจัดการเงินๆ ทองๆ ในกระเป๋าเราเอง ปลดล็อกความกลัว ป.4 ก็ทำได้ ไม่ต้องกลัวผิด หลายคนพอพูดถึงเรื่อง “ทำบัญชี” ก็เบือนหน้าหนีแล้วใช่ไหมครับ? กลัวว่าจะยุ่งยาก กลัวเขียนผิด กลัวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ยายๆ ของเราก็เคยกลัวครับ ยายบอกว่า “เรียนมาแค่ ป.4 จะไปทำได้ยังไง” ผมเลยบอกยายไปคำหนึ่งว่า “อาจารย์ที่จบปริญญา เขาก็ต้องผ่าน ป.4 มาเหมือนกันครับยาย” หลักการพื้นฐานมีแค่บวก ลบ คูณ หาร มันคือความรู้เดียวกันเป๊ะ! เราจึงเริ่มกันง่ายๆ ครับ ไม่ต้องมีแบบฟอร์มยากๆ แค่จดตามที่เข้าใจว่า “วันนี้จ่ายอะไร” และ “วันนี้ขายได้เท่าไหร่” จดเพื่อตัวเราเอง ไม่ได้จดส่งครู เพื่อให้เห็นว่าเงินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงนั้นมีมูลค่าเท่าไหร่ 10 วันงานกาชาดกับเงินหมื่น พลังของการ "จด" เชื่อไหมครับว่า ผลลัพธ์ที่ได้มันน่าชื่นใจขนาดไหน? จากสมุดบันทึกรายได้จากการไปขายของในงานกาชาด (9-18 ม.ค. 69) ที่ผ...

โอกาสที่แท้จริง ควรเป็นของผู้ที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบ

รูปภาพ
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เคยถูก เตือน อย่างตรงไปตรงมาว่า "โม อย่าเล่นผิดบทบาท แค่ช่วยให้เหตุการณ์นั้นผ่านไปก็พอ เสียเวลาเปล่า ๆ" ตอนนั้นผมไม่เข้าใจ เชื่อว่าความทุ่มเทและการมองเห็นปัญหาล่วงหน้าของผมคือ โอกาส ในการสร้างผลงานที่ดีที่สุด และถึงแม้ผมจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง "คนตัดสินใจ" ผมก็ยังคงมุ่งมั่น รักษาอารมณ์ และพยายามทำตามบทบาทเสริมที่ได้รับอย่างดีที่สุด เพราะคิดว่านี่คือสนามให้ผมได้เรียนรู้และพิสูจน์ตัวเอง ผมทุ่มเทเสนอแนวคิดที่ผมเชื่อมั่นว่าจะช่วยพลิกสถานการณ์ได้ แต่สุดท้าย…มันก็เป็นไปตามคำเตือนนั้นจริง ๆ หลายปีผ่านไป ผมได้เห็นผลลัพธ์ที่ตอกย้ำความจริงที่เจ็บปวด สิ่งที่ผมนำเสนอไป ไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์มากพอ สาเหตุนั้นง่ายและซับซ้อนในเวลาเดียวกัน มันถูกสรุปด้วยประโยคที่ว่า "คนคิดไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้คิด" นั่นทำให้ผมตระหนักได้ว่า โอกาสที่แท้จริงของการสร้างผลลัพธ์ที่น่าประทับใจนั้น ควรเป็นของผู้ที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ในการนำแนวคิดไปปฏิบัติจริงเท่านั้น ไม่ใช่คนที่พยายามก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองด้วยความหวังดี บทเรียนที่ผมได้รับไม่ได้มีเพียงการเรียนรู้ที่จะ ...

บูรณาศาสตร์…สหวิทยาการ

รูปภาพ
ย้อนกลับไปในปี 2563... ผมจำได้ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินคำว่าสหวิทยาการ… “บูรณาศาสตร์” สารภาพตามตรงครับ ตอนนั้นผม “งง” และไม่เข้าใจเลยว่าในทางปฏิบัติมันคืออะไร? แต่มันเป็นคำที่มีเสน่ห์มาก ฟังแล้วรู้สึกมีพลัง รู้สึกถึงความหวังว่ามันจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนอะไรบางอย่างได้ แต่นั่นแหละครับ... ในโลกของความจริง ความหวังอย่างเดียวมันกินไม่ได้ และมันทำงานให้สำเร็จไม่ได้ 1. กำแพงที่ชื่อว่าการบูรณาการจริง พอเวลาผ่านไปจนถึงปี 2568 ผมเริ่มมองเห็นโลกกว้างขึ้น และเข้าใจแล้วว่าการจะทำให้เกิด "การบูรณาการทุกศาสตร์" นั้น มันเกิดขึ้นจริงยากมาก ทำไมถึงยาก? เพราะลำพังแค่คนพูดว่า "เราทำงานแบบบูรณาการ" นั้นใครก็พูดได้ แต่สิ่งที่พิสูจน์ความจริงได้ดีที่สุดคือ “หลักฐานเชิงประจักษ์” ครับ ถ้าคุณบอกว่าคุณใช้หลายศาสตร์ คุณต้องแสดงให้เห็นว่าศาสตร์เหล่านั้นมันร้อยเรียงกันจนแก้ปัญหาได้จริง ไม่ใช่แค่เอาคนหลายสาขามานั่งในห้องเดียวกันแล้วต่างคนต่างทำ 2. สูตรสำเร็จที่ไม่มีทางลัด จากประสบการณ์ที่ผมได้คลุกคลีมา การจะทำงานหนึ่งเรื่องให้เป็นสหวิทยาการได้จริง มันไม่ใช่แค่เรื่อง "ความรู้...

บันทึก “35 กิโลเมตรบนรถสามล้อ” และปีใหม่ที่บ้านนาสีนวล

รูปภาพ
ปีใหม่ พ.ศ. 2569 ของเพื่อนๆ เป็นยังไงกันบ้างครับ? ส่วนของผม... บอกเลยว่า "พีค" ตั้งแต่วันเริ่มเดินทาง! 🚌 การเดินทางที่เริ่มต้นด้วย “ความเขิน” ผมเลือกเดินทางกลับบ้านวันที่ 31 ธ.ค. ด้วยรถโดยสาร เพราะอยากได้ความชัวร์เรื่องความปลอดภัย (และแอบไปช้ากว่าคนอื่นหน่อย) ผมไปยืนรอรถหน้า มรภ.สกลนคร ตอนสายๆ ได้ขึ้นรถช่วง 10.30 น. ขนาดวันเคาท์ดาวน์คนยังแน่นรถจนต้องยืนเบียดกันยาวๆ ไป 30 กิโลเมตรจนถึงบ้านดงมะไฟ จุดสำคัญอยู่ตรงนี้เลยครับ... สงสัยสภาพผมจะดูเหมือนคน "เมาค้าง" (จริงๆ คือแค่เพลียครับ 555) มีน้องพลทหารคนหนึ่งที่นั่งอยู่คงสงสาร เลยลุกเสียสละที่นั่งให้ ผมนี่ทั้งขอบคุณทั้งเกรงใจ รีบขยับเข้าไปนั่งข้างพี่อีกคน พอพี่เขาลงที่พรรณานิคม น้องพลทหารจึงมานั่งด้วยกัน Moment ชวนลุ้น น้องเขาลงก่อนผมที่บ้านโนนสวรรค์ เสียงในหัวผมนี่สู้กันมาก "จะขอเบอร์ติดต่อดีไหมนะ?" แต่สุดท้ายความปอดแหกก็ชนะครับ ไม่กล้าขอ กลัวน้องเขาตกใจ... ได้แต่เก็บความประทับใจนี้ไว้ในบันทึกแทน 🛺 ครั้งแรกในชีวิต! สามล้อพากลับบ้าน 35 กิโลเมตร พอถึงสว่างแดนดินตอนเที่ยงครึ่ง ความซวยมาเยือนครับ! พี่คนขับสามล้อแ...

วันหยุดฮีลใจ: แค่อยู่บ้านโน๊ตบุ๊คเก่าก็เติมสุขได้ ไม่ต้องเยอะก็แฮปปี้!

รูปภาพ
เรื่อง: แตงโม สกลนคร สวัสดีครับทุกคน! วันนี้มาแบบสบาย ๆ เหมือนนั่งคุยกันในพอดแคสต์เลยนะ... คือช่วงเนี้ย ผมรู้สึกเลยว่าชีวิตมันไม่ได้ต้องการอะไรที่หวือหวามากเลยครับ โดยเฉพาะพออายุเราเริ่มแตะเลขสามเนี่ยนะ (หัวเราะเบา ๆ) ไอ้ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยู่รอบตัวนี่แหละ มันโคตรดีเลย อย่างวันหยุดที่ผ่านมาเนี่ย โอ้โห สวรรค์เลยครับ ได้อยู่บ้านแบบเต็ม ๆ อ่ะ แล้วมันฟินตรงไหนรู้ป่ะ? คือมันมีทุกอย่างที่เราต้องการแบบไม่ต้องดิ้นรนเลยอ่ะ คิดภาพตามนะ... ตื่นมาแบบไม่ต้องรีบ มีของกินอร่อย ๆ ในตู้เย็น อยากจิบกาแฟก็ชงเองได้ง่าย ๆ พอเริ่มหิว ๆ หน่อยก็หาอะไรใส่ท้องแบบไม่ต้องคิดเยอะ แล้วที่สำคัญเลยนะ คือมุมโปรดของผมเนี่ย มันมีโน๊ตบุ๊คคู่ใจไง ถึงมันจะอายุอานามพอสมควรแล้วนะ จะว่าไปก็เหมือนเพื่อนที่โตมาด้วยกันเลยแหละ อาจจะไม่ได้แรงหวือหวาเหมือนรุ่นใหม่ ๆ แต่เอาไว้พิมพ์งาน เอาไว้อ่านนู่นนี่นั่น หาข้อมูลอะไรเบา ๆ มันก็ยังโอเคของมันอยู่นะ แถมมี Wi-Fi แรง ๆ ให้เชื่อมต่ออีก แค่นี้ก็เหมือนได้เปิดโลกอีกบานแล้ว เบื่อ ๆ ก็หยิบหนังสือเล่มโปรดมาอ่าน อ่านไปจิบน้ำเย็น ๆ ไป หรือถ้าอยากจะไถโซเชียลดูชาวบ้านเค้าบ้าง ก็มีไอแพด มีมื...

แล้วทั้งชีวิตเธอ…อยากที่จะดูแลฉันไหม?

รูปภาพ
เรื่อง: แตงโม สกลนคร เคยไหมครับ... ที่เราตั้งคำถามกับตัวเองในวันที่รู้สึกเหงา หรือในวันที่กำลังใคร่ครวญถึงความสัมพันธ์บางอย่าง? เหมือนอย่างเรื่องที่ "แตงโม" เล่าให้ฟัง แม้ว่าจะเป็นประสบการณ์สุดแปลกที่เงาในน้ำทักท้วง แต่คำถามที่เธอถามกลับไปนั้น มันกลับก้องอยู่ในความคิดของผมอยู่นานเลยทีเดียว "แล้วทั้งชีวิตเธอ... ไม่อยากที่จะดูแลฉันเลยหรอ?" ฟังดูเหมือนเป็นคำถามที่เรียกร้องความเห็นใจ หรืออาจจะดูเหมือนเป็นการตัดพ้อ แต่ถ้าเราลองพิจารณาให้ลึกลงไปอีกนิด เราจะพบว่ามันแฝงไปด้วยความจริงที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว บ่อยครั้งที่เราทุ่มเทความรู้สึกทั้งหมดไปกับการดูแลใครสักคนที่เรา "ชอบ" หรือ "รัก" เราปรารถนาที่จะอยู่เคียงข้าง เอาใจใส่ และมอบทุกสิ่งที่เราคิดว่าเขาต้องการ จนบางทีเราอาจจะลืมตั้งคำถามที่สำคัญกับตัวเองว่า... แล้วตัวเราล่ะ? ใครกันที่จะเป็นผู้ดูแลหัวใจของเราอย่างแท้จริง? การที่เราคาดหวังให้ใครอีกคนมาเติมเต็มทุกช่องว่างในชีวิต มาเยียวยาทุกบาดแผลในใจ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืนเสมอไปนะครับ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถอยู่เคียงข้างและเข้าใจความร...

เคยตกหลุมพรางความรักแบบหัวปักหัวปำไหม?

รูปภาพ
เรื่อง: แตงโม สกลนคร เคยไหมครับ ความรู้สึกที่เหมือนถูกแรงดึงดูดบางอย่างฉุดกระชากให้เราเข้าไปอยู่ในวังวนของใครบางคน? อาการมันเริ่มจากความอยากรู้จัก อยากวนเวียนใกล้ๆ แบบไม่มีเหตุผลชัดเจน เหมือนมีอะไรมาดลใจให้เราโฟกัสไปที่เขาคนนั้น จนกระทั่งความคิดและการกระทำของเราเริ่มเปลี่ยนแปลงไปโดยที่เราเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัว บางทีแค่ได้เห็นหน้า หัวใจมันก็เต้นผิดจังหวะไปหมด ร่างกายเหมือนเสียศูนย์ ควบคุมอะไรไม่ได้ ยิ่งถ้าได้สบตาใกล้ๆ นะ โอ้โห... เหมือนน้ำตาลในเลือดมันพุ่งสูงปรี๊ด ชนิดที่เรียกว่าเป็นเบาหวานทางใจเลยก็ว่าได้ (หัวเราะเบาๆ) แล้วไอ้อาการที่นั่งฟังเพลงเดิมๆ ที่เขาชอบ หรือบางทีเขาร้องไม่เพราะเลยด้วยซ้ำ แต่เราก็นั่งฟังได้เป็นสิบรอบแบบไม่เบื่อ แถมยังเผลอยิ้มออกมาคนเดียว จินตนาการไปต่างๆ นานา นี่มันอาการของคน “รักหมดใจ” ชัดๆ เลยใช่ไหมล่ะครับ พอความสัมพันธ์มันเริ่มลึกซึ้งขึ้น เราจะเริ่มรับรู้กิจวัตรประจำวันของเขา ปรับเวลาของเราให้เข้ากันโดยไม่รู้ตัว ตื่นพร้อมกัน นอนเวลาใกล้เคียงกัน กินข้าวเวลาเดียวกัน มันมีความปรารถนาดี ความห่วงใย อยากดูแล อยากช่วยเหลือกันอย่างจริงจัง ซึ่งตรงนี้มันก็ดูมีเหตุผลอยู่บ...

ใจร้ายไหม? ถ้าเคยปฏิเสธ...แล้ววันนี้รู้สึกผิด

รูปภาพ
เรื่อง: แตงโม สกลนคร สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาคุยกันในบรรยากาศสบายๆ เหมือนนั่งคุยกันในพอดแคสต์นะครับ เคยไหมครับ... ที่บางครั้งในชีวิต เราอาจจะเคยปฏิเสธความช่วยเหลือจากใครบางคนไป ด้วยเหตุผลร้อยแปดพันเก้า ณ ตอนนั้นเราอาจจะไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอเวลาผ่านไป ได้ยินเรื่องราวบางอย่าง หรือแม้แต่คนใกล้ชิดของเขามาขอความช่วยเหลือจากเราอีกครั้ง ความทรงจำเก่าๆ มันก็เหมือนฉายหนังซ้ำในหัวเลยใช่ไหมครับ เหมือนเรื่องราวที่ผมเพิ่งได้อ่านมาเลยครับ ที่เขาเล่าว่า คนในครอบครัวของคนที่เลิกลาไปแล้ว มาขอความช่วยเหลือ แต่เขาปฏิเสธไป แล้วสุดท้ายก็มานั่งคิดมาก รู้สึกผิด โทษตัวเองว่าใจร้าย ความรู้สึกผิดมันถาโถมเข้ามาแบบที่เราตั้งตัวไม่ทันเลย ในยุคที่เราใช้ชีวิตอยู่กับโลกออนไลน์แบบนี้ บางทีความคิดถึงมันก็พาเราเผลอไปหยิบโทรศัพท์ อยากจะเข้าไปดูความเคลื่อนไหวของคนที่จากไปแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ตรงนั้นแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่กล้าที่จะทักทาย หรือติดต่อใคร เพราะกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่มันเจ็บปวด เราเลยได้แต่เก็บความรู้สึกนั้นไว้ คอยระบายกับเพื่อนสนิทในกลุ่มแชทเล็กๆ ผมเข้าใจเลยนะครับ ความรู้สึกที่มันตีกันอยู่ในหัว เ...

แบบไหนกัน? คือความสัมพันธ์ที่เราวางใจและฮีลใจได้

รูปภาพ
เรื่อง: แตงโม สกลนคร เคยไหมครับ... ในวันที่ความรู้สึกมันหนักอึ้ง จุกอยู่ในอก เหมือนโลกทั้งใบมันมืดมิดลงชั่วขณะ เหมือนที่ผู้เขียนบทความนี้ได้เผชิญกับความรู้สึกตอนที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ความเงียบและความมืดมันชวนให้เราตั้งคำถามกับตัวเองถึงความสัมพันธ์ที่ผ่านมา บางครั้งความสัมพันธ์ที่เราเคยให้ความสำคัญ อาจจะไม่ได้เป็นเหมือนที่เราวาดฝันไว้ การจากลาโดยไม่มีคำอธิบาย หรือความรู้สึกเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มันสร้างบาดแผลในใจได้อย่างลึกซึ้ง แต่ท่ามกลางความมืดมิดนั้นเอง ที่เราเริ่มมองเห็นแสงสว่างเล็กๆ ในใจตัวเอง การที่เราตั้งคำถามกับตัวเอง การที่เราโหยหาความเข้าใจ มันเป็นสัญญาณว่าจิตใจของเรากำลังต้องการการเยียวยา และกำลังมองหา "ความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย" ผู้เขียนได้ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา และในที่สุดก็ค้นพบว่า ความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยนั้น อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่ หรือซับซ้อนอย่างที่เราคิดไว้เลย มันอาจเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่มีความหมายอย่างลึกซึ้ง "แค่มีโอกาสได้บอกคิดถึงกัน" การที่เรากล้าที่จะแสดงความรู้สึกที่แท้จริง โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน หรือถูกมองว่าอ่อนแอ มันคือจุ...

สัมผัสถึงความสุขจากการผู้ให้โดยไม่หวัง

รูปภาพ
สวัสดีทุกท่านครับ วันนี้ผมอยากจะมาแบ่งปันเรื่องราวที่อยู่ในหัวใจมานาน เกี่ยวกับความสุขที่เกิดขึ้นจากการเป็น " ผู้ให้ " เมื่อเราได้อ่านบทความที่กล่าวถึง "ผู้ให้" นั้น ทำให้เราได้ทบทวนถึงความหมายอันลึกซึ้งของการกระทำนี้ การให้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงวัตถุสิ่งของที่เราหยิบยื่นให้แก่ผู้อื่นเท่านั้นนะครับ แต่ยังรวมไปถึงการให้ความรัก ความเมตตา รอยยิ้ม กำลังใจ หรือแม้แต่การรับฟังอย่างตั้งใจ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการ "ให้" ที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและเติมเต็มความรู้สึกดีๆ ให้กับทั้งผู้ให้และผู้รับได้ ลองนึกภาพตามนะครับ บนโลกใบนี้ที่เราอาศัยอยู่ มีการส่งต่อความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นในหมู่มนุษย์ด้วยกัน หรือแม้แต่ในภพภูมิอื่นๆ ตามที่บทความได้กล่าวไว้ ผู้ที่ได้รับย่อมรู้สึกปิติยินดี และสิ่งสำคัญที่ผู้ได้รับควรตระหนักก็คือ การใช้สิ่งนั้นอย่างรู้คุณค่า และรักษาไว้ด้วยความขอบคุณ การคาดหวังว่าจะได้รับการ "ให้" ในครั้งต่อๆ ไปนั้น อาจนำมาซึ่งความทุกข์ใจได้นะครับ การชื่นชมและอนุโมทนาในความปรารถนาดีของผู้ให้ แม้ว่าในบางครั้งเราอาจจะไม่ได้รับการตอบสนอ...

How-to: ปลดล็อค 5 ความรู้ที่สอนกันไม่ได้ สู่ความเป็นผู้นำ! 🚀

รูปภาพ
หลายครั้งที่เราพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากการสอน การอบรม หรืออ่านตำรา แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางทียังรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป? นั่นอาจเป็นเพราะมี "ความรู้" บางอย่างที่ไม่สามารถถูกถ่ายทอดได้อย่างสมบูรณ์ผ่านการสอนเพียงอย่างเดียว! มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง และเราจะ "เรียนรู้ด้วยตัวเอง" ได้อย่างไร 1. สัมผัส "ประสบการณ์ตรง" ด้วยตัวเอง 👣 ขั้นตอน: ระบุเป้าหมาย: อยากเก่งเรื่องอะไร? อยากเป็นผู้นำแบบไหน? ลงมือทำ: อย่ากลัวที่จะเริ่มต้น แม้จะยังไม่มั่นใจ 100% เปิดรับความท้าทาย: มองหาโอกาสในการเผชิญสถานการณ์จริง สังเกตและจดจำ: ใส่ใจรายละเอียด เรียนรู้จากทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ทบทวนและไตร่ตรอง: หลังเหตุการณ์ ลองคิดว่าทำได้ดีตรงไหน และอะไรที่ปรับปรุงได้ Tips: อย่ากลัวความผิดพลาด! มันคือครูชั้นดีที่จะสอนบทเรียนที่ไม่เคยมีในตำรา หาโอกาสในการทำงานจริง ฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่จำลองสถานการณ์จริง เปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่นที่มีประสบการณ์ ข้อควรระวัง: อย่าประมาทหรือมั่นใจในตัวเองมากเกินไป เรียนรู้ที่จะรับฟังและปรับตัว บางประสบการณ์อาจมีความเสี่ยง ควรประเมินสถานการณ์และเตรียมพร้อมให้ดี 2...

🔎 How-to: เช็ค 4 อาการเมื่อเจอคนเก่ง (ฉบับเข้าใจง่าย) 🔎

รูปภาพ
เคยไหม? แค่เจอคนที่ดูโปรมากๆ แล้วใจมันเริ่มแปลกๆ 🤔 มาเช็คอาการเบื้องต้นกัน ว่าเรากำลัง "เจอคนเก่ง" แล้วร่างกายและจิตใจเราส่งสัญญาณอะไรบ้าง 👇 Step 1: สังเกต "ปฏิกิริยาแรก" ของใจ 💖 ✅ อาการ: ใจแอบหวิวๆ เล็กน้อย, รู้สึกเหมือนมี "เงา" ทอดมาทับความมั่นใจ, เริ่มคิดถึงความสามารถของตัวเอง 💡 Tip: ลองสังเกตความรู้สึกแบบไม่ตัดสิน แค่รับรู้ว่ามันเกิดขึ้น ⚠️ ระวัง: อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเรา "แย่" กว่า แค่เป็นการรับรู้ถึงความแตกต่าง Step 2: เช็ค "ความคิด" ในหัว 💭 ✅ อาการ: เริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับเขา, สงสัยในความสามารถของตัวเอง, แอบคิดว่า "เราสู้เขาได้ไหมนะ?", มองเห็นแต่จุดเด่นของเขา และมองข้ามจุดแข็งของเรา 💡 Tip: เตือนตัวเองว่าทุกคนมีเส้นทางและความสามารถที่แตกต่างกัน ⚠️ ระวัง: อย่าจมอยู่กับความคิดด้านลบ พยายามมองหาแง่มุมที่เป็นประโยชน์ Step 3: ฟัง "เสียงกระซิบ" ของร่างกาย 👂 ✅ อาการ: อาจรู้สึกเกร็งๆไม่เป็นตัวของตัวเอง, ประหม่าเมื่อต้องพูดคุยหรือทำงานร่วมกัน, บางทีอาจมีอาการทางกายภาพเล็กน้อย เช่น เหงื่อออก, ใจเต้นเร็วขึ้น 💡 Ti...

🚀 How-to: พัฒนาตัวเองอย่างไร เมื่อต้องทำงานร่วมกับคนเก่ง 🚀

รูปภาพ
การได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด! มองให้เป็นโอกาสทองในการ พัฒนาตน เองสิ 😊 มาดู Step-by-Step พร้อม Tips ง่ายๆ กัน Step 1: เปลี่ยน "คู่แข่ง" เป็น "ครู" 🧑‍🏫 ✅ ทำ: ยอมรับและชื่นชมในความสามารถของเขาอย่างจริงใจ มองหาจุดแข็งที่น่าสนใจ 💡 Tip: ลดอคติและความอิจฉา จะทำให้เราเห็นโอกาสในการเรียนรู้มากขึ้น  ⚠️ ระวัง: อย่าเสแสร้ง! ความจริงใจจะสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน Step 2: สังเกต ตั้งคำถาม และเรียนรู้ 🧐  ✅ ทำ: จับตาดูวิธีการทำงาน แนวคิด การตัดสินใจของเขา ถามในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ 💡 Tip: เตรียมคำถามที่ชัดเจน จะช่วยให้ได้คำตอบที่ตรงประเด็น ⚠️ ระวัง: อย่าถามคำถามซ้ำๆ ที่สามารถหาคำตอบเองได้ Step 3: หา Role Model ที่ใช่ 👍  ✅ ทำ: เลือกคนที่คุณชื่นชมในความสามารถ ศึกษาเส้นทางการเติบโตและทัศนคติของเขา 💡 Tip: ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบทั้งหมด เลือกส่วนที่ดีมาปรับใช้กับตัวเอง ⚠️ ระวัง: อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับเขาในทุกแง่มุม ทุกคนมีเส้นทางของตัวเอง Step 4: กล้าที่จะขอ Feedback อย่างสร้างสรรค์ 🗣️  ✅ ทำ: ขอคำแนะนำและข้อเสนอแนะ เพื่อให้รู้จุดแข็งและจุดที่ควรปรับปรุง 💡 T...

พัฒนาตนเองอย่างไร เมื่อต้องทำงานร่วมกับคนเก่ง

รูปภาพ
เรียบเรียง: แตงโม สกลนคร การได้ร่วมงานกับบุคคลที่เปี่ยมด้วยความสามารถและเฉลียวฉลาด ถือเป็นโอกาสอันล้ำค่าในการเติบโตและ พัฒนาตน เองในเส้นทางอาชีพ อย่างไรก็ตามสำหรับบางคน การทำงานร่วมกับ ผู้นำเก่ง หรือเพื่อนร่วมงานที่มีความสามารถโดดเด่น อาจนำมาซึ่งความรู้สึกท้าทาย กดดัน หรือแม้กระทั่งความไม่มั่นใจ  หากปล่อยไว้ ความรู้สึกเหล่านี้อาจบั่นทอนประสิทธิภาพในการทำงานและขัดขวางการเติบโตของเราได้ บทความนี้จะนำเสนอแนวทางและกลยุทธ์ในการพัฒนาตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อต้องทำงานเคียงข้างบุคคลที่เก่งกาจ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายเป็นโอกาสในการเรียนรู้และก้าวหน้า เปลี่ยนมุมมอง: จากการเปรียบเทียบสู่การเรียนรู้ ก้าวแรกที่สำคัญในการพัฒนาตนเองเมื่อทำงานร่วมกับคนเก่งคือการปรับเปลี่ยนมุมมอง แทนที่จะมองพวกเขาเป็นคู่แข่งหรือเปรียบเทียบตนเองจนรู้สึกด้อยค่า ลองเปลี่ยนเป็นการมองพวกเขาเป็นครู เป็นแหล่งความรู้ และเป็นแรงบันดาลใจ ยอมรับและชื่นชมในความสามารถของผู้อื่น : การเปิดใจยอมรับและชื่นชมในความสามารถของเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้า จะช่วยลดอคติและความรู้สึกอิจฉาริษยา ทำให้เราสามารถมองเห็นจุดแข็งของพวกเขาได้อย่างแท...

เจาะลึกสาเหตุและการพัฒนาตนเอง เผชิญหน้ากับคนเก่งกว่า

รูปภาพ
เรียบเรียง: แตงโม สกลนคร ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้คนมากความสามารถ การได้พบเจอคนที่ดูเหมือนจะ " เก่งกว่า " ในบางครั้ง อาจทำให้หัวใจของเราแอบหวั่นไหว ความมั่นใจอาจลดน้อยลง ราวกับโดนกระแสลมพัดเบาๆ ความรู้สึกไม่มั่นคง สงสัยในตัวเอง หรือแม้แต่ท้อแท้ อาจเข้ามาทักทายในความคิดของเรา ทำไมนะ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?  การทำความเข้าใจถึงรากเหง้าของความรู้สึกเหล่านี้ ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการเริ่มต้นก้าวแรกที่สำคัญยิ่ง ในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นจากภายใน และพัฒนาตน เองให้เติบโตอย่างสง่างาม บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจลึกลงไปถึงสาเหตุที่ทำให้ความมั่นใจของเราลดลงเมื่อเผชิญหน้ากับ คนเก่ง และนำเสนอแนวทางการพัฒนาตนเอง เพื่อให้ทุกการเผชิญหน้า กลายเป็นโอกาสอันล้ำค่าในการเรียนรู้และก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง เมื่อ "เขา" ดูเหนือกว่า: กลไกการเปรียบเทียบที่เราต้องเข้าใจ หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ความมั่นใจของเราลดลง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่เก่งกว่า คือธรรมชาติของมนุษย์ที่มักจะเผลอเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น ทฤษฎีการเปรียบเทียบทางสังคม (Social Comparison Theory) ได้อธิบายไว้ว่า.. เรามักจะประเมินคว...