บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ knowledge

ข้าวฮางงอกบ้านโนนกุง อ.เมือง จ.สกลนคร

รูปภาพ
ชีวิตจะยืนยาวอย่างแข็งแรงสุขภาพของเราจะต้องดีและสมบูรณ์ก่อน สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือข้าว เป็นปัจจัยสี่ที่มนุษย์ทุกคน คุณรู้หรือไม่ว่าข้าวสารตามตลาด ถูกขัดขาวจนสารอาหารที่มีประโยชน์หายไป ครั้งนี้แตงโมขอแนะนำ "ข้าวฮางงอก" จากการส่งต่อภูมิปัญญาการผลิตข้าวที่คงสารอาหารอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ ของชาวบ้านโนนกุง จ.สกลนคร ความเป็นมา ข้าวฮางเป็นกรรมวิธีการเก็บถนอมรักษาข้าวเต็มเมล็ดไว้กินได้นาน ๆ ของชาวชนเผ่าภูไท จังหวัดสกลนคร นับเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญ นอกจากจะได้ข้าวที่มีคุณสมบัติดี มีสารอาหารสูงมากแล้ว ยังเป็นข้าวที่เก็บไว้กินได้นาน ชาวภูไทนำโดย "ท้าวผาอิน" อพยพมาจากเมืองเก่าทางฝั่งซ้ายของลำแม่น้ำโขง ประมาณ 200 ปีผ่านมาแล้ว เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่บริเวณอำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร ท่านมีลูกหลานหลายคน เลี้ยงวัว ทำไร่ ไถนา เมื่อเกิดวิกฤตข้าวไม่พอรับประทาน แต่ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยว จึงได้เก็บข้าวที่ใกล้จะสุก เริ่มจะออกเหลืองอ่อน ๆ นำมาผ่านกรรมวิธีตามภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะการทำให้สุกโดยการนึ่ง เตาที่ใช้นึ่งจะขุดดินทำเป็นร่องหรือราง (ฮาง) เพื่อเป็นท...

ผ้าย้อมมูลควาย บ้านนาเชือก จังหวัดสกลนคร

รูปภาพ
วันนี้แตงโม จะพาทุกคนไปรู้จักกับผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่ง ที่ผลิตขึ้นมาจากธรรมชาติ สร้างความฮือฮ่าให้กับผู้ที่ได้สัมผัส แต่สามารถสร้างรายได้ ให้กับชาวบ้าน เดือนละหลายหมื่นเลยที่เดียว "ก็ฝ้าย" กลุ่มผ้าย้อมมูลควายบ้านนาเชือก ผ้าย้อมมูลควายบ้านนาเชือก รวมกลุ่มกันทอผ้ามีชื่อว่า “กลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติบ้านนาเชือก (มูลควาย)” บ้านนาเชือก หมู่ที่ 9 ตำบลแร่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2553 โดยมี คุณสายสุณี ไชยหงษา ประธานกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติบ้านนาเชือก (มูลควาย) มีสมาชิกในกลุ่มเริ่มแรก 12 คน มีการลงทุนกันหุ้นละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 1,200 บาท นำเงินที่ได้ไปซื้อวัสดุมาทอผ้า ทางกลุ่มได้ช่วยกันผลิตสินค้า ทำเป็นชิ้นงานต่าง ๆ ไม่ได้คิดค่าแรง โดยนำมูลควายมาย้อมสีเส้นด้าย นำมาทอเป็นผ้าผืนและตัดเย็บ พัฒนาแบบเป็นเสื้อผ้า ตุ๊กตา จำหน่ายภายใต้แบรนด์ “ก็ฝ้าย” ก่อให้เกิดธุรกิจสร้างรายได้ให้ให้ชุมชน ขึ้นแท่นสินค้าโอทอป 5 ดาว ในการส่งประกวดเพียงครั้งแรก และก่อให้เกิดเป็นธุรกิจในชุมชนสร้างรายได้ไม่น้อย คุณสายสุณี ไชยหงษา จุดเริ่มต้นการทำผ้าย้อมมูลควาย ไม่เชื่อก็ต้องเ...

โครงการสัมมนาแบ่งปันสร้างสรรค์พอเพียง

รูปภาพ
โครงการสัมมนาแบ่งปันสร้างสรรค์พอเพียง “แบ่งปันสิ่งที่ทำ สร้างสรรค์สิ่งที่มี สู่ความพอเพียงที่เพียงพอ” วันเสาร์ ที่24 มิถุนายน พ.ศ.2560 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ ห้องประชุมนิพนธ์ อินสิน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 1. ผู้นำเสนอโครงการและรับผิดชอบโครงการ นักศึกษาภาค กศ.ป ชั้นปีที่ 3 รุ่นที่ 17 สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 2. หลักการและเหตุผล นักศึกษาสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน ชั้นปีที่ 3 ภาค กศ.ป (เสาร์ อาทิตย์) รุ่นที่ 17 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ได้จัดทำโครงการสัมมนาเรื่อง “แบ่งปันสร้างสรรค์พอเพียง” (แบ่งปันสิ่งที่ทำ สร้างสรรค์สิ่งที่มี สู่ความพอเพียงที่เพียงพอ) ขึ้น เป็นการศึกษาในรายวิชาการสัมมนาประเด็นปัจจุบันปัญหาด้านการพัฒนาชุมชน เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการต่างๆ ในการจัดงานสัมมนา การจัดสัมมนาในครั้งนี้เป็นการฝึกเรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง คณะนักศึกษาจึงเลือกประเด็นที่สามารถศึกษาได้ง่ายและตรงกับศาสตร์ในการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวพระราชดำริเศ...

แจกสูตรหมูปิ้งอาหารด่วนกำไรงามในยามเช้า

รูปภาพ
หลาย ๆ คน โดยเฉพาะวัยทำงาน วัยเรียน แตงโมเข้าใจเลยว่าตอนเช้าจะวุ้นวายมาก เพราะต้องรีบไปเข้างานหรือเข้าเรียนให้ทัน ก่อน 07.30 - 08.00 น. แต่ละวันไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะกินข้าว นั้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นกังวลอีกต่อไป เพราะระหว่างสองข้างทางที่ท่านผ่าน มีอาหารไว้รอท่านแล้ว แตงโมขอแนะนำเมนูสุดฮิต สำหรับผู้คนที่ต้องเร่งรีบ นั้นก็คือหมูปิ้ง ไก่ปิ้ง ครับผม ถือได้ว่าเป็นเมนูที่ครองใจผู้คนมาโดยตลอด ง่ายสำหรับผู้บริโภคสามารถอิ่มไปถึงตอนเที่ยงได้อย่างสบาย และสามารถสร้างกำไรงามให้กับคนขายเป็นรายได้เสริมในตอนเช้า ตอนนี้ผมก็เป็นพ่อค้าขายหมูปิ้ง ไก่ปิ้ง ในตอนเช้าเหมือนกัน อยู่ตรงข้ามกับเซเว่นสาขากกส้มโฮง ขายตอนเช้าเวลาประมาณ 06.00 - 09.00 น. เมนูที่ผมขายก็คือ หมูปิ้ง ไก่ปิ้ง ตับไก่ปิ้ง และขาดไม่ได้ข้าวเหนียวร้อน ๆ ครับ ส่วนวิธีทำก็ง่าย ๆ ผมใช้วิธีทำโดยมองตัวเองเป็นหลัก คือชอบกินรสชาติแบบไหนก็ทำแบบนั้นแหละ แต่มันก็ไม่ง่ายนะครับที่จะทำให้อร่อยเหมือนใจเรานึกเอา ผมก็อ่านและศึกษาสูตรมาจากหลายที่ ทดลองทำเหมือนกันกับเขาหมดทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้อร่อยเหมือนเขาตรงนี้อยากให้เข้าใจ สำหรับสูตรก็ง่าย ๆ ครับใช้เครื่องปรุ...

การปกครองและการประสานความร่วมมือในระดับชุมชน (Collaborative Governance)

รูปภาพ
ผมลงพื้นที่ชุมชนจัดเวทีในโครงการพัฒนาความรู้ทางการเงิน โดยอาจารย์สายฝน กระบวนการมีการแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกับชุมชนประเด็นอาชีพรายได้ รายจ่าย หนี้สิน เงินออม ภายในกิจกรรมได้เชิญภาคีมาร่วม แต่บางหน่วยงานยังติดภารกิจ จึงมาร่วมไม่ตรงเวลา อาทิท่านนายอำเภออากาศอำนวย วันแรก ท่านมาร่วมในกระบวนการฟังเสียงสะท้อนจากชุมชน ได้เห็นเครื่องมือเก็บข้อมูล คำถามวิทยากรกระบวนการตั้งประเด็นพูดคุย วันที่สอง ท่านมาร่วมในกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยและความสัมพันธ์ที่เป็นสาเหตุของปัญหา ได้เข้าอกเข้าใจกับทางเลือกดำรงชีพของครัวเรือนในชุมชน ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ สถาบันการศึกษามีบทบาทสำคัญของการประสานเชื่อมโยงภาคี มาร่วมพัฒนาชุมชน สร้างกลไกแบบ Collaborative Governance และที่สำคัญนายอำเภอบอกว่า กลไกควรยืดหยุ่นและสร้างการเรียนรู้ด้วย อย่างกระบวนการที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ได้จัดร่วมกับชุมชนใน 2 วันนี้ ----- เรื่อง: แตงโม สกลนคร 20-210169

การเขียนโครงการคืออาวุธใหม่ของชุมชนเข้มแข็ง เสียงจากองค์กรชุมชนสกลนคร

รูปภาพ
"สำนึกรักษ์บ้านเกิด" ไม่ควรเป็นเพียงคำนิยามที่สวยหรู แต่มันคือ "อำนาจในการกำหนดอนาคตชุมชนของเรา" จากการที่ผมได้มีโอกาสในฐานะตัวแทนมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เข้าร่วมประชุมพิจารณาโครงการปีงบประมาณ 2569 ของสภาองค์กรชุมชนจังหวัดสกลนคร (ตาม พ.ร.ฎ. พอช.) สิ่งที่ผมเห็นไม่ใช่แค่กระดาษเสนอขออนุมัติงบประมาณ แต่คือภาพสะท้อนของความพยายามที่ชุมชนต้องการ "ลุกขึ้นมาจัดการตัวเอง" อย่างแท้จริง 1. ตัวชี้วัดความเข้มแข็ง “เขียนได้ คิดเป็น ทำเอง” เราต้องเลิกติดกับดักการรอคอยงบประมาณจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ทักษะการเขียนโครงการเพื่อสะท้อนความต้องการของพื้นที่ คือดัชนีชี้วัดความเข้มแข็งที่จับต้องได้ที่สุด ชุมชนต้องเป็นผู้บอก ว่าพื้นที่ขาดอะไร และจะจัดการอย่างไร ความร่วมมือไร้รอยต่อ ภาพของแกนนำชาวบ้านที่จูงมือท้องถิ่น (อปท.) มาร่วมคิดร่วมทำ คือโมเดลความสำเร็จที่ยั่งยืน ความอดทนที่ออกดอกผล ต้องชื่นชม พอช. ที่บ่มเพาะทักษะนี้มาตั้งแต่ปี 2543 จนสร้าง "ผู้นำชุมชน" ที่มีทักษะบริหารจัดการโครงการได้จริง 2. บทบาทมหาวิทยาลัย ไม่ใช่แค่หอคอย แต่คือ "ที่ปรึกษาข้างกาย" มหาว...

มากกว่างานวิจัย คือการพัฒนาคน

รูปภาพ
Financial Literacy หรือความรู้ทางการเงิน มันคือ "อำนาจในการกำหนดชะตาชีวิต" ในระดับมหภาค ปัญหานี้คือหลุมดำที่กักขังผู้คนไว้ในวงจรความยากจน และเป็นกำแพงสูงชันที่ท้าทายหัวใจของนักวิจัยทุกคน เมื่อความรู้และเทคโนโลยี... ไม่อาจเข้าถึงหัวใจ ทำไมปัญหานี้ถึงมีคนเพียงหยิบมือที่กล้าทุ่มตัวลงไปศึกษา? นั่นเพราะคำตอบไม่ได้อยู่ในหน้าจอกราฟหรืออัลกอริทึมที่ชาญฉลาด แต่คำตอบอยู่ที่ "คน" มนุษย์เรานั้นซับซ้อน ลึกซึ้ง และบ่อยครั้งที่เราเลือกปิดบังความเจ็บปวดหรือสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาไว้ภายใต้หน้ากาก ในงานวิจัยผมจึงไม่ได้มองคนเป็นเพียง "กลุ่มตัวอย่าง" แต่เรามองว่าการ "สร้างคน" คือเป้าหมายสูงสุดและเป็นคำตอบเดียวที่จะพังทลายกำแพงความยากจนนี้ได้ ศรัทธา คือ สะพานเชื่อมการเปลี่ยนแปลง การจะเปลี่ยนชีวิตใครสักคนไม่ใช่เรื่องของการออกคำสั่ง แต่มันคือการบ่มเพาะ "ศรัทธา" เราต้อง รับฟัง จนเขาไว้วางใจ เราต้อง ชี้แนะ จนเขาเห็นแสงสว่าง เราต้อง ร่วมแก้ไข และ ตัดสินใจ เคียงข้างเขา เราทำสิ่งเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความเพียร จนเกิดเป็นความเชื่อมั่น เพราะเมื่อใดที่ศรัทธาปราก...

เริ่มต้นสร้างทักษะทางการเงิน ผ่านเรื่องเล่าของยายเอ็ม-ยายพยอม กับสมุดเล่มเล็กประจำตัว

รูปภาพ
ผมมีเรื่องราวอบอุ่นหัวใจจากหมู่บ้านที่ทำวิจัยมาเล่าให้ฟังครับ เป็นเรื่องของ “ยายเอ็ม” และ “ยายพยอม” ผู้ใหญ่ที่รักเคารพ ที่เพิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” และการเรียนรู้นั้นไม่มีวันสายเกินไป โดยเฉพาะเรื่องการจัดการเงินๆ ทองๆ ในกระเป๋าเราเอง ปลดล็อกความกลัว ป.4 ก็ทำได้ ไม่ต้องกลัวผิด หลายคนพอพูดถึงเรื่อง “ทำบัญชี” ก็เบือนหน้าหนีแล้วใช่ไหมครับ? กลัวว่าจะยุ่งยาก กลัวเขียนผิด กลัวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ยายๆ ของเราก็เคยกลัวครับ ยายบอกว่า “เรียนมาแค่ ป.4 จะไปทำได้ยังไง” ผมเลยบอกยายไปคำหนึ่งว่า “อาจารย์ที่จบปริญญา เขาก็ต้องผ่าน ป.4 มาเหมือนกันครับยาย” หลักการพื้นฐานมีแค่บวก ลบ คูณ หาร มันคือความรู้เดียวกันเป๊ะ! เราจึงเริ่มกันง่ายๆ ครับ ไม่ต้องมีแบบฟอร์มยากๆ แค่จดตามที่เข้าใจว่า “วันนี้จ่ายอะไร” และ “วันนี้ขายได้เท่าไหร่” จดเพื่อตัวเราเอง ไม่ได้จดส่งครู เพื่อให้เห็นว่าเงินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงนั้นมีมูลค่าเท่าไหร่ 10 วันงานกาชาดกับเงินหมื่น พลังของการ "จด" เชื่อไหมครับว่า ผลลัพธ์ที่ได้มันน่าชื่นใจขนาดไหน? จากสมุดบันทึกรายได้จากการไปขายของในงานกาชาด (9-18 ม.ค. 69) ที่ผ...

โอกาสที่แท้จริง ควรเป็นของผู้ที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบ

รูปภาพ
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เคยถูก เตือน อย่างตรงไปตรงมาว่า "โม อย่าเล่นผิดบทบาท แค่ช่วยให้เหตุการณ์นั้นผ่านไปก็พอ เสียเวลาเปล่า ๆ" ตอนนั้นผมไม่เข้าใจ เชื่อว่าความทุ่มเทและการมองเห็นปัญหาล่วงหน้าของผมคือ โอกาส ในการสร้างผลงานที่ดีที่สุด และถึงแม้ผมจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง "คนตัดสินใจ" ผมก็ยังคงมุ่งมั่น รักษาอารมณ์ และพยายามทำตามบทบาทเสริมที่ได้รับอย่างดีที่สุด เพราะคิดว่านี่คือสนามให้ผมได้เรียนรู้และพิสูจน์ตัวเอง ผมทุ่มเทเสนอแนวคิดที่ผมเชื่อมั่นว่าจะช่วยพลิกสถานการณ์ได้ แต่สุดท้าย…มันก็เป็นไปตามคำเตือนนั้นจริง ๆ หลายปีผ่านไป ผมได้เห็นผลลัพธ์ที่ตอกย้ำความจริงที่เจ็บปวด สิ่งที่ผมนำเสนอไป ไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์มากพอ สาเหตุนั้นง่ายและซับซ้อนในเวลาเดียวกัน มันถูกสรุปด้วยประโยคที่ว่า "คนคิดไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้คิด" นั่นทำให้ผมตระหนักได้ว่า โอกาสที่แท้จริงของการสร้างผลลัพธ์ที่น่าประทับใจนั้น ควรเป็นของผู้ที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ในการนำแนวคิดไปปฏิบัติจริงเท่านั้น ไม่ใช่คนที่พยายามก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองด้วยความหวังดี บทเรียนที่ผมได้รับไม่ได้มีเพียงการเรียนรู้ที่จะ ...