บทความ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จฯ มาจังหวัดสกลนครครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2498

รูปภาพ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันศุกร์ที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากที่ประทับจังหวัดอุดรธานี ไปยังจังหวัดสกลนคร ตามเส้นทางสายอุดรธานี - สกลนคร ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นถนน ดินลูกรัง นับเป็น “ปฐมยาตรา ธ ทรงเยือนจังหวัดสกลนคร” ยังความปลาบปลื้มเป็นล้นพ้นแก่พสกนิกรเป็นยิ่งนัก ภาพแห่งรอยพระบาทที่ยาตรายังจารึก ให้ชาวจังหวัดสกลนครได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ตราบเท่าทุกวันนี้ เมื่อเสด็จฯ ถึงจังหวัดสกลนคร ได้เสด็จฯ ไปประทับหน้ามุขศาลากลางจังหวัดสกลนคร (ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณสนามมิ่งเมืองในปัจจุบัน) พ.ต.อ.เนื่อง รายะนาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ถวายบังคมทูลพระกรุณาให้ราษฎรเฝ้าฯ ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่พสกนิกรชาวสกลนคร ราษฎรที่มารอเฝ้าฯ รับเสด็จ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายสิ่งของจำนวนมาก อาทิ หลวงวิจารณ์อักษร ทูลเกล้าฯ ถวายลิงเผือก และผู้แทนชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม ทูลเกล้าฯ ถวายพานดอ...

แห่ปราสาทผึ้ง จ.สกลนคร ในวันพระพุทธเจ้าเปิดโลก

รูปภาพ
การแห่ปราสาทผึ้ง เป็นประเพณีสำคัญในฮีต 12 จัดขึ้นในเดือนสิบเอ็ด ในเทศกาลออกพรรษาสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน การสร้างปราสาทผึ้ง ชาวสกลนครถือเป็นการทำบุญ ถวายแด่พระพุทธเจ้าผ่านองค์ พระธาตุเชิงชุม มีความเชื่อว่าชีวิตหลังความตายไปเกิดจะมีบริวารและความมั่งมี วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก จุดเริ่มต้นสร้างปราสาทผึ้งถวาย ในสมัยพุทธกาล เมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษา เป็นปีที่ 7 บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ครั้นถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นวันมหาปวารณาออกพรรษา พระพุทธเจ้ามีกำหนดเสด็จสู่เมืองมนุษย์ ซึ่งเรียกวันนี้ว่า “วันพระเจ้าเปิดโลก” พระอินทร์จึงเนรมิตบันได 3 ชนิด ได้แก่ บันไดทองคำ อยู่เบื้องขวา สำหรับทวยเทพเทวดาลง บันไดเงิน อยู่เบื้องซ้าย สำหรับพระพรหมลง บันไดแก้วมณี อยู่ตรงกลาง เพื่อให้พระพุทธองค์เสด็จ ครั้นเสด็จถึงประตูเมืองสังกัสสนคร ทรงประทับพระบาทเบื้องขวาลงก่อน เหล่านาค มนุษย์ และสัตว์นรก ต่างชื่นชมปลื้มปิติในพระพุทธบารมี เกิดมีความเลื่อมใสในบุญกุศล จนจินตนาการเห็นปราสาทสวยงามใคร่จะไปอยู่ จึงรู้ชัดว่าการที่จะได้ไปอยู่ปราสาทอันสวยงามนั้นต้องสร้างบุญกุศล ประพฤติปฏิบัติอยู่ในหลักศีลธรรม...

พระธาตุนารายณ์เจงเวง จ.สกลนคร

รูปภาพ
พระธาตุนารายณ์เจงเวง เป็นพระธาตุเก่าแก่สมัยเดียวกันกับพระธาตุเชิงชุม แต่ศิลปะการก่อสร้าง ผิดไปคนละแบบ พระธาตุองค์นี้สร้างด้วยศิลาแลงแบบเดียวกับปราสาทพิมาย แต่มีขนาดเล็กกว่า เป็นปรางค์แบบขอม พระธาตุนารายณ์เจงเวง มีตำนานการก่อสร้างอยู่ในตำนานพระอุรังคธาตุ หรือตำนานพระธาตุพนม ซึ่งกล่าวไว้ว่า พระธาตุภูเพ็กสร้างโดยกลุ่มผู้ชายเพื่อแข่งขันกับกลุ่มผู้หญิงซึ่งสร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวงเพื่อรอบรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า แต่กลุ่มผู้ชายได้ยุติการสร้างเมื่อเห็นดาวเพ็กบนท้องฟ้า ซึ่งเป็น กลลวงของกลุ่มผู้หญิงผู้สร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง ปราสาทหลังนี้จึงได้ชื่อว่า ปราสาท พระธาตุภูเพ็ก  ตามชื่อดาวเพ็ก องค์พระธาตุแบ่งเป็นหลายส่วน คือ ส่วนที่เป็นฐาน ส่วนที่เป็นองค์หลังคา และส่วนยอด ส่วนที่เป็นฐานก่อด้วยศิลาแลง ก้อนขนาดใหญ่เอวคอดกิ่วเหมือนพานดอกได้ สูง 18 เมตร กว้างด้านละ 15 เมตร องค์เจดีย์เป็นทรงสี่เหลี่ยม ส่วนที่เป็นหลังคาและยอด ปัจจุบันหักพังหมดแล้วยังคงเหลือแต่องค์พระธาตุ ซึ่งมีประตูและซุ้มประตูด้านทิศเหลือและทิศตะวันออก ยังพอเห็นความวิจิตรงดงามอยู่พอสมควร ด้านทิศตะวันออกต่อจากประตูออกมา เป็น...

ดาวเพ็ก ตำนานชายแพ้กลหญิงสร้างพระธาตุ จังหวัดสกลนคร

รูปภาพ
ครั้นเมื่อถึงเดือน 6 เพ็ญ วันพุทธปีชวด พระยาสุวรรณภิงคาร ได้ข่าวว่าพระสัมนะโคดมบรมศาสดา ปะยะมุลณีศรีสัญญเพ็ชรพระพุทธเจ้าของเรา เสด็จดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพานแล้ว พระมหากัสสปเถระเจ้ากับพระอรหันต์ 500 รูป จำนำเอาอุรังคธาตุพระพุทธเจ้ามาประดิษฐ์ฐานไว้ที่ภูกำพร้า พระยาสุวรรณภิงคารประชุมข้าราชการราษฏรทั้งหลายว่า เราคิดถึงคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่เป็นอันมาก เราทั้งหลายควรจะสร้างอุโมงค์ไว้คอยอุรังคธาตุ เพื่อรอแบ่งไว้สถาปนาเป็นทีสักการะบูชาสืบพระศาสนาต่อไป สะพานขาม ข้าราชการราษฎรทั้งชายและหญิง มีความยินดีเห็นชอบด้วย แต่ความมีศรัทธาแยกเป็น 2 พวกคือ พวกผู้ชาย พอใจจะไปก่ออุโมงค์ไว้ที่ดอยคูหา (ภูเพ็ก) ซึ่งเป็นพระแท่นบัลลังก์ของพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาประทับบรรทมที่นั่น พระยาสุวรรณภิงคารก็เห็นชอบด้วย  ฝ่ายผู้หญิงมีพระนางนารายณ์เจงเวงเป็นประธาน พอใจที่จะก่ออุโมงค์ที่สวนอุทยานเจงเวง และจะก่อสร้างสะพาน (ปัจจุบันคือสะพานขอมโบราณ ตรงลานรวมใจไทสกลฯ ตรงข้ามห้างโลตัส) ด้วยหินศิลาแลงตามถนนออกจากเมืองให้ไปถึงอุทยานนารายณ์เจงเวง เพื่อความสะดวกในการไปมานมัสการบูชาพระธาตุนั้นทุกฤดูกาล ฝ่ายพระยาสุวรรณภิงคา...

จากตำนานเมืองหนองหารล่ม สู่พระธาตุเชิงชุม

รูปภาพ
  ตำนานเมืองหนองหารสู่พระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร เดิมเมืองสกลนครปรากฏนามว่า เมืองหนองหารหลวง ครั้งหนึ่ง "ขุนขอม" ราชบุตรเจ้าเมืองอินทปัตถ์นคร ได้พาครอบครัวบ่าวไพร่ของตนมาสร้างเมืองขึ้นที่ริมหนองหารหลวง ตรงท่านางอาบ (ปัจจุบันเชื่อว่าเป็นบ้านน้ำพุ บ้านท่าศาลา อำเภอโพนนาแก้ว) สมมุตินามว่าเมืองหนองหารหลวง ขุนขอมได้เป็นเจ้าเมือง ขึ้นกับเมืองอินทปัตถ์นคร ขุนขอมมีราชบุตรคนหนึ่งชื่อสุรอุทกกุมาร คือ เมื่อวันประสูติมีอัศจรรย์บังเกิดขึ้น มีน้ำพุเกิดขึ้นในที่ใกล้กับเมืองนั้น บิดาจึงให้นามว่า ซ่งน้ำพุ (ปัจจุบันคือบ้านน้ำพุ อำเภอโพนนาแก้ว) ต่อมาพอพระชนม์ของเจ้าสุรอุทก จำเริญวัฒนาครบ ๑๕ พรรษา ขุนขอมผู้เป็นบิดาถึงแก่กรรม ฝ่ายกรมการราษฎร พร้อมกันเชิญเจ้าสุรอุทกขึ้นเป็นเจ้าเมือง สมมุตินามว่า“พระยาสุรอุทก”พระยาสุรอุทก ปกครองบ้านเมืองต่อมามีบุตรชายสององค์ องค์พี่ปรากฏนามว่าเจ้าภิงคาร องค์น้องปรากฏนามว่าเจ้าคำแดง ขุนขอมมีราชบุตรคนหนึ่งชื่อสุรอุทกกุมาร คือ เมื่อวันประสูติมีอัศจรรย์บังเกิดขึ้น มีน้ำพุเกิดขึ้นในที่ใกล้กับเมืองนั้น บิดาจึงให้นามว่า ซ่งน้ำพุ (ปัจจุบันคือบ้านน้ำพุ อำเภอโพนนาแก้ว) ต่อ...

ประวัติศาสตร์จังหวัดสกลนคร

รูปภาพ
ประวัติศาสตร์จังหวัดสกลนคร สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา ดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รวมทั้งบริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้าโขง ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) เดิมเรียกว่า อาณาจักรโคตรบูรณ์ ซึ่งเป็นอาณาจักรของขอมสมัยเรืองอ้านาจในดินแดนแถบนี้ ขอมได้ตั้งเมืองศรีโคตรบูรณ์เป็นราชธานี และได้ตั้งเมืองพิมายเป็นเมืองอุปราชหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรโคตรบูรณ์ คือ พระธาตุพนมและพระธาตุอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีในปัจจุบัน ในดินแดนที่เป็นอาณาจักรโคตรบูรณ์ดังกล่าว เมืองหนองหานหลวงก็เป็นเมืองหนึ่งของอาณาจักรนี้ ช่วงเวลาที่มีหลักฐานประกอบการตั้งชุมชนรอบๆ หนองหานอยู่ในสมัยของขอมเรืองอ้านาจดังกล่าว ปรากฏในโบราณสถานหลายแห่ง เช่น พระธาตุนารายณ์เจงเวงหรือพระธาตุนารายณ์เชงเวง พระธาตุภูเพ็ก พระธาตุดุม และสะพานขอม เป็นต้น ประกอบกับต้านานอุรังคนิทานได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในสมัยพุทธกาล กรุงอินทรปัต มีอ้านาจครอบคลุมดินแดนแถบนี้ และมีเมืองหนองหารหลวงขึ้นกับกรุงอินทรปัต เมืองหนองหารหลวงเป็นเมืองเอกที่เป็นศูนย์กลางอ้านาจปกครองของขอม หลักฐานที่แสดงว่าเมืองหนองหารหลวงเป็นเมืองเอกของขอมที่ปรากฏชัดคือ ศิลปวัตถุที่พบใน...

เที่ยวถนนผ้าคราม ชมวิถีครามวิถีคนสกลนคร

รูปภาพ
ถนนผ้าคราม ตั้งอยู่ย้านเมืองเก่า ใจกลางเมืองสกลนคร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนคร แถมยังอยู่ติดกับวัดพระธาตุเชิงชุม กราบสักการะทำบุญที่วัดพระธาตุฯ เสร็จแล้ว เดินมาชมผ้าครามสวยๆหลากสไตล์ ที่แปรรูปจากภมูิปัญญาชาวบ้าน ถ่ายทอดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย มีให้เลือกหลายร้าน ถนนผ้าครามสกลนคร มีทุกวันเสาร์และอาทิตย์เวลาประมาณ 16.00 น เป็นต้นไป จะผู้คนเดินทางมาชมและซื้อเป็นจำนวนมาก