อย่าเพิ่งกล่าวหาสินค้าชุมชนว่า “ล้นตลาด” ถ้ายังไม่ได้วางแผนโลจิสติกส์และสร้างผู้ประกอบการ



หลายครั้งที่เราปลูกสินค้าหรือมีของดีๆ ออกมาเต็มสวน แต่กลับขายไม่ได้ราคา จนเรามักปลอบใจตัวเองว่า “สงสัยตลาดจะล้น” หรือ “คนปลูกกันเยอะเกินไป”

แต่ถ้าลองมองกันตามจริง ปัญหาอาจไม่ใช่เพราะคนเลิกกินของที่เราปลูก แต่เป็นเพราะ “ของดีของเรา เดินทางไปไม่ถึงมือเขา” ต่างหากครับ

3 อุปสรรคใหญ่ที่กั้นขวางรายได้เรา

ลองสังเกตดูครับว่าสินค้าของเรากำลังเจอเรื่องเหล่านี้อยู่หรือไม่?

  1. ส่งไปไม่ถึงเมือง เราอยู่ไกล การขนส่งลำบาก ค่ารถแพงจนไม่คุ้มทุน
  2. แผนการปลูกไม่ต่อเนื่อง ส่วนมากตลาดใหญ่อยากได้ของทุกวัน เช่นวันละ 100 กิโลฯ แต่เราทำได้แค่ตามมีตามเกิด บางวันเยอะจนล้น บางวันไม่มีส่ง
  3. ขาดเงินทุนและทักษะ จะให้ลองทำอะไรใหม่ๆ ก็กลัวเจ๊ง เพราะเงินลงทุนเราน้อย จะทำฟาร์มให้ได้มาตรฐานประณีตเหมือนในทีวีก็ยังขาดความรู้

เมื่อเราต่างคนต่างทำ ผลผลิตน้อยก็แย่งกันขาย พอมีมากก็ตัดราคากันเอง จนสุดท้ายระบบที่จะส่งของไปขายระดับโรงงานหรือห้างสรรพสินค้าก็เกิดไม่ได้เสียที



ทางออกคือ “รวมกันเราอยู่” เปลี่ยนจาก ‘ชาวสวน’ เป็น ‘กิจการชุมชน’

ทางแก้เดียวที่จะทำให้เราสู้กับตลาดข้างนอกได้ คือการหยุดสู้เพียงลำพัง แล้วหันมารวมกลุ่มกันในรูปแบบ “บริษัทหรือกิจการ กลุ่มองค์กรชุมชน” เพื่อสร้างระบบที่เข้มแข็ง ดังนี้ครับ

  • วางแผนการผลิตร่วมกันไม่ปลูกสะเปะสะปะ แต่ทำ “ปฏิทินการปลูก” ให้รู้ว่าใครจะส่งอะไร วันไหน ปริมาณเท่าไหร่ เพื่อให้มีสินค้าส่งตลาดสม่ำเสมอ ไม่ขาดตอน
  • ระบบขนส่ง (โลจิสติกส์) ส่วนกลาง เมื่อรวมของได้เยอะ เราจะมีอำนาจต่อรองค่าขนส่ง หรือสามารถบริหารรถขนส่งร่วมกันได้ ช่วยลดต้นทุนรายคนลงได้มหาศาล
  • เป็นเกราะคุ้มกันความเสี่ยง การมีกองทุนหรือกลุ่มช่วยสนับสนุน จะทำให้เรามีเงินทุนหมุนเวียน กล้าที่จะปรับปรุงฟาร์มให้ประณีตขึ้น และไม่ต้องกลัวการลองผิดลองถูกเพียงลำพัง

การที่เพิ่มรายได้อย่างสม่ำเสมอ เราจะต้องไม่ปลูกเพื่อกินในครัวเรือนอีกต่อไป แต่เราจะรวมพลังกันผลิตเพื่อรวบรวมส่งสินค้าไปตัวเมือง

อย่างเช่นร้านผักสดแม่เอ็มที่ได้เริ่มจับกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ เป็นผู้รวบรวมผักสดจากแปลงชาวบ้านในชุมชน ไปเปิดร้านขายตามตลาดในตำบล ตลาดหน่วยงานมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลง

วันนี้ถึงเวลาแล้วครับ ที่เราจะเปลี่ยนความท้อแท้ให้เป็นพลังหันมาจับเข่าคุยกัน วางระบบจัดการให้เป็นอาชีพที่มั่นคง เพื่อให้ลูกหลานเห็นว่า เกษตรบ้านเราไม่ใช่แค่เรื่องงานหนัก แต่เป็นธุรกิจที่สร้างอนาคตได้จริง

ต้องร่วมกันสร้าง "ระบบโลจิสติกส์จากหัวใจชุมชน" เพื่อส่งต่อของดีสกลนครสู่สายตาคนทั้งประเทศกันครับ!

-----

เรื่อง: แตงโม สกลนคร
170167 แก้ไขเพิ่มเติม 170168

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึก “35 กิโลเมตรบนรถสามล้อ” และปีใหม่ที่บ้านนาสีนวล

ประวัติบ้านนาสีนวล ต.หนองแปน อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร

ใจร้ายไหม? ถ้าเคยปฏิเสธ...แล้ววันนี้รู้สึกผิด