บทความ

ต้นตาลโตนด มีประโยชน์มาก มีความทรงจำล้น

รูปภาพ
"ต้นตาล" หรือ "ตาลตะโหนด" แถวบ้านผมเรียก "หมากตาล" ยืนต้นตามทุ่งนามองเห็นไกล ๆ พ่อเล่าให้ฟังว่า ต้นตาลมีอายุยืนมาก เท่า ๆ กับช่วงอายุคนเลย หลายคนปลูกต้นตาลพร้อมกับจังหวะที่มีลูก ลูกเติบโตอายุ 10 - 15 ปี ตาดจะออกลูกให้กินพอดี ต้นตาล หรือหมากตาล กับความทรงจำ สวัสดีครับเพื่อน ๆ วันนี้ผมนึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ แถวบ้านที่ต่างจังหวัดขึ้นมา เลยอยากจะมาเล่าให้ฟังถึงต้นไม้ต้นหนึ่งที่ผูกพันกับชีวิตวัยเด็กของผมมาก ๆ ต้นไม้นั้นก็คือ "ต้นตาล" หรือที่บ้านผมเรียกกันติดปากว่า "หมากตาล" นั่นเองครับ ภาพที่ยังติดตาคือ ต้นตาลที่ยืนตระหง่านอยู่กลางทุ่งนา มองเห็นแต่ไกล ๆ พ่อเคยเล่าให้ฟังว่า ต้นตาลเนี่ยอายุยืนมากเลยนะ บางต้นอยู่มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย บางคนก็ปลูกต้นตาลพร้อม ๆ กับตอนที่มีลูก พอลูกโตได้ 10-15 ปี ต้นตาลก็จะเริ่มออกลูกให้เก็บกินได้พอดี มันเหมือนเป็นวงจรชีวิตที่น่าทึ่งเลยนะครับ พูดถึง "หมากตาล" ทีไร ความทรงจำวัยเด็กก็ไหลกลับมาทุกที สำหรับผมแล้ว มันคือผลไม้ประจำฤดูกาลจริง ๆ ปีนึงจะได้กินแค่ครั้งเดียว บางปีถ้าลูกแก่เร็วก่อนก็อดไปเลย ต้องอาศ...

ใช้งานคอมพิวเตอร์ ในชีวิตครั้งแรกคือโปรแกรม Paint

รูปภาพ
Paint โปรแกรมที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ครั้งแรก ช่วงนั้นอยู่ประมาณ ป.6 (อายุ12ปี) เวลาพักเที่ยงอาจารย์ไปทานข้าว ฝากหัวหน้าห้อง (เพื่อน) ไปพิมพ์งาน (จิ้ม) ให้อาจารย์ที่ห้องพักครู ผมไปเป็นเพื่อนหัวหน้า บังเอินมีคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง จึงลองเปิดอีกเครื่องดูแต่ทำอะไรไม่เป็นหรอกครับ แค่หาปุ่มเปิดยังกดมั่ว ๆ ไป รอเปิดวินโดว์นานมาก ตอนนั้นเป็น Windows xp แล้วนะครับ แต่จำเวอร์ชั่นไม่ได้ เข้าหน้าแรกได้แล้ว เห็นเมนูไหนคลิกดูหมดเลย แต่ไม่ควรทำนะครับ (ไม่รู้เตือนใคร) ความเร็ว Ram  CPU ช่วงนั้นใช้เบอร์เต่า สักพันเจอเครื่องค้าง ทุกคนคิดว่าผมถอดปลั๊กไหม ใช้ถอดแล้วเปิดใหม่แต่ไฟกระชากแรงมาก เข้าโปรแกรมนั้นไปโปรแกรมนี้อยู่นาน จนมาเจอ Paint ตอนนั้นผมตั้งชื่อให้ว่า "โปรแกรมวาดรูป" มันสนุกตรงที่ใส่สีได้รูปบ้านได้ ใส่สีเขียวให้ต้นไม้ ลำต้นสีน้ำตาล ไม่รู้สนุกตรงไหน แต่ก็ไปเล่นบ่อยนะ ตอนนั้นบันทึกไม่เป็น แต่ดันไปกดสั่งพิมพ์ จากนั้นรูปที่เราวาดก็จะโดนพิมพ์ออกมา ด้วยปริ้นเตอร์ Cannon  ต่อยอดทักษะใหม่ ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่จัดไปจนหมึกหมด จนกระทั่งจับได้แล้วโดนลงโทษ เรียบร้อยดีครับจำแค่เจอหน้า พอลับตาลืมหมดเลย...

แมงกีซอน ประโยชน์มาก เป็นสัตว์เศรษฐกิจและบ่งบอกความสมบูรณ์

รูปภาพ
เรื่อง: แตงโม สกลนคร มาเด้อพี่น้อง! มื้อนี้สิเล่าสู่ฟังเรื่อง "แมงกีซอน" ของดีบ้านเฮา ที่บ่ได้มีดีแค่แซ่บเด้อ เมื่อวานนี้เอง ผมได้กินข้าวแลงแบบบ้าน ๆ เฮา คั่วแมงกีซอนฮ้อน ๆ ใส่เกลือหอม ๆ เสิร์ฟกับแจ่วบองปลาร้าใส่มะกอก แกล้มด้วยยอดดอกแค้ลวก โอ้ย! อิ่มท้องสบายใจไปเลยครับ เมนูนี้หากินได้ตามฤดูกาลเด้อครับ แต่ละท้องถิ่นกะเอิ้นบ่คือกันเนอะ บ้านผมเอิ้น "แมงกีซอน" แต่บางหม่องกะว่า "แมงจีซอน", "แมงอีซอน" ภาษาไทยเพิ่นกะว่า "แมลงกระชอน" แม่นบ่ ทางสุโขทัยเพิ่นเอิ้น "อีแหวก" ส่วนทางเหนือเปิ้นฮ้อง "แมงจอน" ข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านกะมีชื่อเรียกต่างกันไปอีก อย่างเขมรเพิ่นเอิ้น "กระมล" ว่าไปแล้วกะเป็นแมลงตระกูลเดียวกับจิ้งหรีดนี่เอง เล่าถึงเรื่องหาแมงกีซอนสมัยตะกี้กับสมัยนี้กะคนละเรื่องเลยครับ ตอนผมเป็นเด็กน้อย พากันไป "ย่ำแมงกีซอน" ตามหนองน้ำ จำได้ว่าต้องไปหาหม่องที่น่าจะมีโตมัน แล้วกะช่วยกันทำคันคูดินกั้นน้ำน้อย ๆ ขนาดพอให้เฮาลงไปย่ำได้ จากนั้นกะหวิดน้ำเข้ามา แล้วเอาเท้าซอย ๆ ย่ำ ๆ ลงไปในดิน บักแมงกีซอนมันทนบ่...

โทรศัพท์มือถือ รุ่นไหนในยุค 1G - 5G คือประสบการณ์แรกของคุณ

รูปภาพ
เรื่อง: แตงโม สกลนคร ผมใช้โทรศัพท์เครื่องแรก ถ่ายรูปฟัง MP3 ได้ ผมมีรายได้จากรับโหลดเพลงด้วยนะ แต่ปัญหาใหญ่คือไวรัสคอมพ์ ผมจำเป็นต้องลงวินโดว์ได้ แล้วเพื่อน ๆ มีความทรงจำใช้เทคโนโลยีแบบไหน เป็นผู้บริโภคหรือได้ประโยชน์ ปัจจุบันอยู่ในยุค 5G แล้วนะครับ สมัยก่อนอ่ะ แกมีความทรงจำเกี่ยวกับเทคโนโลยีอะไรบ้าง? อย่างฉันนะ โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกในชีวิตอ่ะ จำได้เลยว่าเห่อสุด ๆ ถ่ายรูปก็ได้ ฟัง MP3 ก็ดี๊ดี แถมยังหารายได้พิเศษจากการรับโหลดเพลงลงเครื่องให้เพื่อน ๆ ด้วยนะเว้ย (แต่ก็ปวดหัวกับไวรัสคอมพ์อยู่บ่อย ๆ จนต้องหัดลงวินโดว์เองเลย 😅)  แล้วแกอ่ะ? เป็นสายบริโภคเทคโนโลยีเฉย ๆ หรือเคยได้ประโยชน์จากมันเหมือนฉันบ้างป่ะ? นี่มันยุค 5G แล้วนะ คิดดูดิ โทรศัพท์มือถือที่เมื่อก่อนเกิดมาเพื่อ "การสื่อสาร" อย่างเดียว ตอนนี้มันทำอะไรได้ตั้งเยอะตั้งแยะ! ว่าไปแล้ว เรื่องโทรศัพท์มือถือกับฉันนี่ก็มีเรื่องราวเยอะเหมือนกันนะ ตั้งแต่ยุค 1G ที่โทรศัพท์เครื่องเบ้อเริ่ม ฟังก์ชันก็น้อยนิด สัญญาณก็หายากเย็น ต้องวิ่งขึ้นสะพานแม่น้ำสงครามถึงจะโทรได้ (ใครเคยเป็นบ้างยกมือขึ้น! 🙋‍♀️) มาจนยุค 2G ที่เริ่มส่ง SMS ได้ ...

ของฝากจากบ้านนา มีหอยขัว กล้วยสุก แจ่วบอง

รูปภาพ
เรื่อง: แตงโม สกลนคร แม่ไปขัวบักหอยแนวลูกมักมาฝาก ตำแจ่วบองปลาแดกน้อยให้นำ กล้วยเครือในสวนพอดีสุกแบ่งกันคนละครึ่ง ทุกคนนน วันนี้มีของมาอวด! ไม่ใช่อะไรที่ไหน... แม่ส่งตรงของฝากจากบ้านนามาให้ถึงที่เลยอ่ะ 🥰 ดูดิ๊ มีทั้ง หอยขัว ที่รู้ใจลูกชายคนนี้ที่สุด ไปขุดมาให้แบบเน้น ๆ เลยนะ แล้วก็ แจ่วบองปลาแดกน้อย หอมนัวถึงเครื่อง กินกับอะไรก็อร่อยเหาะ 😋 ที่สำคัญคือ กล้วยสุก จากสวนหลังบ้าน เหลืองหวานกำลังดี แบ่งกันกินคนละครึ่งเครือไปเลยจ้า ระหว่างที่จัดของ แม่ก็บ่นอุบอิบตามสไตล์คนเป็นแม่แหละ "แม่เลยเตรียมแนวกินบ้านเฮาพอหาได้ ชีวิตบ้านเฮามันลำบาก ให้บ่หล่าเป็นคนดีเฮ็ดงานหมานเงิน หมานทอง ไปอยู่ไสกะมีแต่คนฮักคนดูแลเด้อ" ฟังแล้วมันจุกอกนิด ๆ แต่ก็รู้สึกได้ถึงความรักความหวังที่แม่ส่งมาพร้อมกับของกินเหล่านี้ เล่าถึง หอยขัว หน่อย หลายคนอาจจะงง ๆ มันคือหอยที่จำศีลอยู่ในดินช่วงหน้าแล้ง หลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ชาวบ้านก็จะลงทุ่งไปขุดหา เจ้าหอยพวกนี้พอถึงหน้าแล้งตัวจะอ้วนพี น่ากินสุด ๆ บ้านผมเรียก "หอยจูบ" เอามาแกงอ่อมนะ โอ้โห... ฟิน! หรือจะต้มกินกับส้มตำก็แซ่บอีหลีเด้อ ส่วน กล้วย เนี่ย ไม่...

เต่าหมาน ขอให้ปีนี้ได้ข้าวเต็มเล้า

รูปภาพ
ในประเพณีบุญข้าวสากบ้านผม นอกจากจะทำบุญอุทิศกุศลให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ยังมีอีกหนึ่งความเชื่อ เกี่ยวกับการทำนา คือ เต่าหมานข้าว (ป้าแตง ชาวบ้านตั้งชื่อเอง) ชาวบ้านจะนำข้าวเหนียวนึ่งสุกแล้ว มาปั้นเป็นรูปเต่า เตรียมไปพร้อมกับข้าวปลาอาหาร (ห่อข้าวใหญ่) รวมใส่ในถุงที่จะไปบุญข้าวสาก ทำเครื่องหมายกันลืมก่อนนะเดียวหยิบของคนอื่นมา นำไปถวายให้พระสวดมนต์ เสร็จแล้วตอนเพลหรือเที่ยง นำเต่าไปวางไว้ในเล้าข้าว ตามความเชื่อฤดูกาลทำนาปีนี้ ขอให้ได้ผลผลิตเยอะ ๆ เต็มเล้าข้าว ความเชื่อของชาวบ้าน เกี่ยวกับการทำนายังมีอีกเยอะ เริ่มตั้งแต่เตรียมลงทำนาจนถึงเปิดเล้าข้าว นำมากินเลยทีเดียว จะรวบรวมข้อมูลมาเล่าให้ฟังเรื่อย ๆ นะครับ

เทศกาลกลับถิ่นบ้านเกิด มารับพรพร้อมฝ้ายผูกแขน

รูปภาพ
เรื่อง: แตงโม สกลนคร "ฮ้ายกวดหนี ดีกวดเข่า" คือคำอวยพรปีใหม่ พ.ศ.2567 คนที่กลับบ้านครับ หลายคนใช้วาระเทศกาลวันหยุดยาว หยุดงานจากต่างจังหวัดกลับถิ่นบ้านเกิด บรรยากาศบ้านเรา ยังรู้สึกอบอุ่นเหมือนเดิมใช่ไหม ลูกรัก...จำได้ไหม เสียงลมหนาวพัดแผ่วๆ ตอนที่เรานั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกันที่บ้าน มันช่างเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นหัวใจเหลือเกิน ทุกครั้งที่ลูกกลับมา "ฮ้ายกวดหนี ดีกวดเข่า" คำอวยพรที่เราคุ้นเคย มันไม่ได้เป็นแค่คำพูด แต่มันคือความรัก ความห่วงใยที่เราอยากมอบให้ลูกในทุกย่างก้าวของชีวิต ภาพวันที่ลูกและญาติๆ ช่วยกันลงไปสูบน้ำในหนอง ปลากระดี่ตัวเล็กๆ ที่ดิ้นอยู่ในมือลูก เสียงหัวเราะที่ดังลั่นทุ่ง มันยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำของแม่เสมอ ยิ่งตอนเย็นที่เราได้กินปลาฝีมือลูก ปรุงรสด้วยความตั้งใจ มันอร่อยกว่าอาหารใดๆ ในโลก แม่จำได้นะ ตอนหนุ่มๆ ถ้าลูกซื้อเหล้ามาฝากพ่อ พ่อจะดีใจมากเป็นพิเศษ แล้วชวนแม่ทำ "ต้มไก่บ้านใส่ใบมะขามอ่อน" หม้อใหญ่ กินกันทั้งครอบครัว มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเรียบง่ายที่เราต่างโหยหา พอถึงเวลาที่ลูกต้องกลับไปทำงานที่เมืองกรุง ใจของคนเป็นแม่มันก็หวิวๆ...