บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ความรู้

How-to: ปลดล็อค 5 ความรู้ที่สอนกันไม่ได้ สู่ความเป็นผู้นำ! 🚀

รูปภาพ
หลายครั้งที่เราพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากการสอน การอบรม หรืออ่านตำรา แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางทียังรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป? นั่นอาจเป็นเพราะมี "ความรู้" บางอย่างที่ไม่สามารถถูกถ่ายทอดได้อย่างสมบูรณ์ผ่านการสอนเพียงอย่างเดียว! มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง และเราจะ "เรียนรู้ด้วยตัวเอง" ได้อย่างไร 1. สัมผัส "ประสบการณ์ตรง" ด้วยตัวเอง 👣 ขั้นตอน: ระบุเป้าหมาย: อยากเก่งเรื่องอะไร? อยากเป็นผู้นำแบบไหน? ลงมือทำ: อย่ากลัวที่จะเริ่มต้น แม้จะยังไม่มั่นใจ 100% เปิดรับความท้าทาย: มองหาโอกาสในการเผชิญสถานการณ์จริง สังเกตและจดจำ: ใส่ใจรายละเอียด เรียนรู้จากทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ทบทวนและไตร่ตรอง: หลังเหตุการณ์ ลองคิดว่าทำได้ดีตรงไหน และอะไรที่ปรับปรุงได้ Tips: อย่ากลัวความผิดพลาด! มันคือครูชั้นดีที่จะสอนบทเรียนที่ไม่เคยมีในตำรา หาโอกาสในการทำงานจริง ฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่จำลองสถานการณ์จริง เปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่นที่มีประสบการณ์ ข้อควรระวัง: อย่าประมาทหรือมั่นใจในตัวเองมากเกินไป เรียนรู้ที่จะรับฟังและปรับตัว บางประสบการณ์อาจมีความเสี่ยง ควรประเมินสถานการณ์และเตรียมพร้อมให้ดี 2...

🔎 How-to: เช็ค 4 อาการเมื่อเจอคนเก่ง (ฉบับเข้าใจง่าย) 🔎

รูปภาพ
เคยไหม? แค่เจอคนที่ดูโปรมากๆ แล้วใจมันเริ่มแปลกๆ 🤔 มาเช็คอาการเบื้องต้นกัน ว่าเรากำลัง "เจอคนเก่ง" แล้วร่างกายและจิตใจเราส่งสัญญาณอะไรบ้าง 👇 Step 1: สังเกต "ปฏิกิริยาแรก" ของใจ 💖 ✅ อาการ: ใจแอบหวิวๆ เล็กน้อย, รู้สึกเหมือนมี "เงา" ทอดมาทับความมั่นใจ, เริ่มคิดถึงความสามารถของตัวเอง 💡 Tip: ลองสังเกตความรู้สึกแบบไม่ตัดสิน แค่รับรู้ว่ามันเกิดขึ้น ⚠️ ระวัง: อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเรา "แย่" กว่า แค่เป็นการรับรู้ถึงความแตกต่าง Step 2: เช็ค "ความคิด" ในหัว 💭 ✅ อาการ: เริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับเขา, สงสัยในความสามารถของตัวเอง, แอบคิดว่า "เราสู้เขาได้ไหมนะ?", มองเห็นแต่จุดเด่นของเขา และมองข้ามจุดแข็งของเรา 💡 Tip: เตือนตัวเองว่าทุกคนมีเส้นทางและความสามารถที่แตกต่างกัน ⚠️ ระวัง: อย่าจมอยู่กับความคิดด้านลบ พยายามมองหาแง่มุมที่เป็นประโยชน์ Step 3: ฟัง "เสียงกระซิบ" ของร่างกาย 👂 ✅ อาการ: อาจรู้สึกเกร็งๆไม่เป็นตัวของตัวเอง, ประหม่าเมื่อต้องพูดคุยหรือทำงานร่วมกัน, บางทีอาจมีอาการทางกายภาพเล็กน้อย เช่น เหงื่อออก, ใจเต้นเร็วขึ้น 💡 Ti...

🚀 How-to: พัฒนาตัวเองอย่างไร เมื่อต้องทำงานร่วมกับคนเก่ง 🚀

รูปภาพ
การได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด! มองให้เป็นโอกาสทองในการ พัฒนาตน เองสิ 😊 มาดู Step-by-Step พร้อม Tips ง่ายๆ กัน Step 1: เปลี่ยน "คู่แข่ง" เป็น "ครู" 🧑‍🏫 ✅ ทำ: ยอมรับและชื่นชมในความสามารถของเขาอย่างจริงใจ มองหาจุดแข็งที่น่าสนใจ 💡 Tip: ลดอคติและความอิจฉา จะทำให้เราเห็นโอกาสในการเรียนรู้มากขึ้น  ⚠️ ระวัง: อย่าเสแสร้ง! ความจริงใจจะสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน Step 2: สังเกต ตั้งคำถาม และเรียนรู้ 🧐  ✅ ทำ: จับตาดูวิธีการทำงาน แนวคิด การตัดสินใจของเขา ถามในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ 💡 Tip: เตรียมคำถามที่ชัดเจน จะช่วยให้ได้คำตอบที่ตรงประเด็น ⚠️ ระวัง: อย่าถามคำถามซ้ำๆ ที่สามารถหาคำตอบเองได้ Step 3: หา Role Model ที่ใช่ 👍  ✅ ทำ: เลือกคนที่คุณชื่นชมในความสามารถ ศึกษาเส้นทางการเติบโตและทัศนคติของเขา 💡 Tip: ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบทั้งหมด เลือกส่วนที่ดีมาปรับใช้กับตัวเอง ⚠️ ระวัง: อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับเขาในทุกแง่มุม ทุกคนมีเส้นทางของตัวเอง Step 4: กล้าที่จะขอ Feedback อย่างสร้างสรรค์ 🗣️  ✅ ทำ: ขอคำแนะนำและข้อเสนอแนะ เพื่อให้รู้จุดแข็งและจุดที่ควรปรับปรุง 💡 T...

"อย่าเสียเวลาสอน! สิ่งเหล่านี้ 'ต้องสัมผัสเอง' ถึงจะเข้าใจโลก"

รูปภาพ
วันนี้อยากจะชวนคุยเรื่องน่าคิดเรื่องหนึ่ง ที่เราตั้งคำถามว่า "ความรู้" อะไรที่สอนกันไม่ได้บ้าง อ่านความคิดเห็นของทุกคนแล้วรู้สึกว่า เออ จริงว่ะ มันมีบางอย่างที่สอนกันไม่ได้จริงๆ นะ ลองนึกภาพตามนะ มีคนบอกว่าทุกอย่างสอนกันได้หมดแหละ ตั้งแต่เรื่องง่ายๆ ไปจนถึงเรื่องยากๆ อย่างการหลุดพ้นนู่น! เขายกตัวอย่างสารพัดวิธีสอนเลย ทั้งบอก เล่า สั่งสอน ทำให้ดู ชี้แนะ โอ้โห สารพัดจะสอน แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ ถึงจะสอนกันได้แทบตาย สุดท้าย การรับและการเอาไปใช้ มันอยู่ที่ตัวเราล้วนๆ เหมือนครูสอนคณิตศาสตร์เก่งแค่ไหน ถ้าเราไม่เปิดใจเรียน ไม่ฝึกทำโจทย์ มันก็เท่านั้นอ่ะ จริงมั้ย? อีกคนก็เสริมมาว่า ทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ พวกนี้มันถ่ายทอดกันได้แหละ แต่ไอ้ที่มันต่างกันสุดขั้วคือ "ทำเป็น" กับ "ทำแบบมืออาชีพ" นี่สิของจริง! การจะเป็นมืออาชีพมันต้องใช้เวลา ต้องเจ็บต้องพลาด ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหา แถมต้องมีคนชี้แนะดีๆ อีกต่างหาก เหมือนเราอยากเล่นกีตาร์เป็นอ่ะ ใครๆ ก็สอนคอร์ด สอนเทคนิคได้ แต่กว่าจะเล่นได้พลิ้วเหมือนนักดนตรีอาชีพ มันต้องซ้อมแล้วซ้อมอีกจนนิ้วด้านเลยนั่นแหละ แล้วก็มีอีก...

คุมเวทีระดมความคิด กับแรงกดดันนำทุกภาคีสู่เป้าหมายร่วม

รูปภาพ
ในบริบทของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่าย การเป็นวิทยากรหรือผู้ดำเนินเวทีนั้น มิได้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูล หากแต่เป็นการแบกรับความท้าทายในการเชื่อมร้อยความแตกต่าง หลอมรวมเป้าหมาย และขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ภาระของผู้ดำเนินเวทีนั้นหนักหน่วงยิ่งนัก ตั้งแต่การทำความเข้าใจบริบทและภารกิจของแต่ละหน่วยงาน การสังเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลายให้เป็นภาพรวมที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย การออกแบบกระบวนการเพื่อดึงศักยภาพและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไปจนถึงการมอบหมายภารกิจที่สอดคล้องกับความสามารถและความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานอย่างยุติธรรมและมีประสิทธิภาพ การประชุมในรูปแบบ Collaborative Management จึงมิใช่เพียงเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูล แต่เป็นสมรภูมิทางปัญญาและการสื่อสาร ที่ผู้ดำเนินเวทีต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบริหารจัดการ เพื่อให้ทุกภาคีมองเห็นภาพรวมร่วมกัน เข้าใจบทบาทของตนเอง และพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความเข้าใจและมุ่งมั่นสู่เป้าหมายเดียวกัน กรณีศึกษาของ "แตงโม" ในการดำเนินเวทีแรก ณ อำเภอกุสุมาลย์ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จเบื้องต้นในการสร้างการมีส่ว...

เส้นทางโค้ช…พลังแห่งการสร้างวิศวกรสังคม

รูปภาพ
เมื่ออาจารย์หลิวเอ่ยว่า " การเป็นโค้ชไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องทบทวนกันเป็นเดือน ๆ " ผมเองก็อดที่จะพยักหน้าเห็นด้วยไม่ได้เลยครับ การอบรม 3 วันที่เราได้มาเรียนรู้กระบวนการโค้ชวิศวกรสังคมนี้ เปรียบเสมือนการจุดประกายให้เราได้เข้าใจถึงวิธีการและเป้าหมายที่ชัดเจน แต่เส้นทางสู่การเป็นโค้ชที่แท้จริงนั้น ยังต้องอาศัยการบ่มเพาะจากประสบการณ์ของแต่ละคนอีกมากมาย ผมรู้สึกประทับใจมากที่ได้เห็นหน่วยงานภาครัฐจัดอบรมในรูปแบบนี้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เราได้เรียนรู้เครื่องมือสำคัญในกระบวนการโค้ชวิศวกรสังคมถึง 5 + 2 เครื่องมือเลยทีเดียว เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และทรงคุณค่ามากครับ นานนับสิบปีแล้วที่ผมไม่ได้สัมผัสบรรยากาศของการหล่อหลอมทีมที่เข้มข้นเช่นนี้ การมีทีมวิทยากรที่เปี่ยมด้วยความรู้และทีมพี่เลี้ยงที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้ผมนึกถึงช่วงเวลาที่เคยจัดงานลักษณะนี้ถึง 7 วันเต็มต่อรอบ ทีมงานทุกคนทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนัก ซึ่งผมเชื่อว่าทีมงานเบื้องหลังการอบรมครั้งนี้ก็คงเช่นกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้เครื่องมือและองค์ความรู้ที่เราได้รับอาจไม่แตกต่างจากในอดีตมากนัก แต่กลยุทธ์ใ...

NFT. แรกในชีวิตผมมีชื่อว่า "กบิลปักษา"

รูปภาพ
กบิลปักษา.NFT กบิลปักษา คือ ชื่อผลงาน nft เป็นผลงานที่ได้รับ เนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิด 10 พ.ย. 2555 ศิลปินคือ อาจารย์น้องอาร์ม บ้านกลาง ต.นาแก้ว อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร กบิลปักษา อยู่ในท่านั่งซึ่งกำลังกินกล้วย เมื่อถามว่าทำไมถือว่ารูปนี้ อ.น้องอาร์ม บอกว่า ลักษณะท่าทางผมเหมือนกับลิง ผลงานชิ้นนี้มีคุณค่าทางจิตใจกับผมมาก ปัจจุบันปี 2567 ผ่านมาแล้ว 12 ปี แต่ความทรงจำนั้นยังคงตรึงใจชุดเจน ผมจึงอยากเก็บรักษาบนเทคโนโลยีที่ดีที่สุด เพื่อรักษะความจำนี้เป็นหนึ่งเดียวตลอดไป ดูร้าน  กบิลปักษา (bitkubnft.com)

องค์พระธาตุพนม ล้มวันที่ 11ส.ค.2518

รูปภาพ
ย้อนกลับไปก่อนพระธาตุพนมล้ม สมัยนั้นองค์พระธาตุพนมตั้งตระหง่านสูงเด่นเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนมาเป็นเวลานานนับพันปี จากหลักฐานโบราณคดี องค์พระธาตุพนมสถาปนาขึ้นมาราวพุทธศตวรรษที่ 12-14 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2518 ได้เกิดเหตุสะเทือนขวัญคนทั้งสองฝั่งโขง เมื่อพระธาตุพนมที่สักการะของพี่น้องไทย - ลาว มาเป็นเวลากว่า 2500 ปี ได้ล้มถล่มลงมาทั้งองค์ เผยให้เห็นของมีค่าที่บรรจุอยู่ภายใน รวมทั้งพระอุรังคธาตุ หรืออัฐิส่วนพระอุระของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระพุทธรูปทองคำ 2 องค์ หนัก 4.7 ก.ก. และ 18 ก.ก.บรรจุอยู่ภายใน การสร้างและบูรณพระธาตุพนม ในตำนานกล่าวไว้ว่า องค์พระธาตุพนมสร้างครั้งแรกในราว พ.ศ. 8 ในสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรใช้ดินดิบก่อขึ้นเป็นรูปเตาสี่เหลี่ยม แล้วเผาให้สุก กว้างด้านละ 2 วา สูง 2 วา ข้างในเป็นโพรงมีประตูปิดทั้ง 4 ด้าน เมื่อสร้างเสร็จแล้วได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ ที่พระมหากัสสปะเถระนำมาจากประเทศอินเดียเข้าบรรจุไว้ ต่อมา ได้สร้างครอบอีกหลายชั้นในแต่ละสมัย บ้างก็สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 11 หรือ 12 สมัยทวารวดี มีรูปทรงสี่เหลี่ยม ประดับด้วยลวดลายวิจิตรประณีตทั้งองค์...

หันมากินผงชูรส ที่เป็นผักกันเถอะ ประโยชน์สูงนะขอบอก

รูปภาพ
รพร.บ้านดุงแนะใช้ "ผักไชยา"เป็น ผักชูรส อาหารแทนผงชูรส ทำให้รสชาติอร่อย ปริมาณโซเดียมไม่สูง ค่าไตที่เสื่อมดีขึ้น เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2560 นพ.ไพโรจน์ พัวพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (รพร.) บ้านดุง จ.อุดรธานี กล่าวว่า ในพื้นที่อำเภอบ้านดุง มีอัตราชุกผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง แม้จะอยู่ที่ระดับค่ากลางของประเทศ แต่ก็ถือว่ามีแนวโน้มที่สูงขึ้น จึงมีการพัฒนาระบบในการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพ โดยใช้แนวทางระบบสุขภาพอำเภอ การใช้สมุนไพรและแพทย์แผนไทยในการดูแลผู้ป่วย รวมไปถึงมีการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ การดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จนสามารถรับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จากการประชุม NCD Forum กรมการแพทย์ปี 2557 และได้รับรางวัลคลินิกชะลอไตเสื่อมดีเยี่ยมระดับเขต ปี 2560 รพร. มีการแนะนำให้ชาวบ้านใช้ผักไชยา นำมาต้มสุกแล้วนำไปผสมในอาหารชนิดต่าง ๆ จะทำให้อาหารมีรสชาติที่กลมกล่อมอร่อยขึ้น สามารถใช้แทนผงชูรสได้ ส่งผลให้คนไข้โดยเฉพาะคนไข้ที่เป็นโรคไต แต่ติดการรับประทานผงชูรส เมื่อใช้ผักไชยาแทนก็จะได้รับปริมาณโซเดียม...

แห่ปราสาทผึ้ง จ.สกลนคร ในวันพระพุทธเจ้าเปิดโลก

รูปภาพ
การแห่ปราสาทผึ้ง เป็นประเพณีสำคัญในฮีต 12 จัดขึ้นในเดือนสิบเอ็ด ในเทศกาลออกพรรษาสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน การสร้างปราสาทผึ้ง ชาวสกลนครถือเป็นการทำบุญ ถวายแด่พระพุทธเจ้าผ่านองค์ พระธาตุเชิงชุม มีความเชื่อว่าชีวิตหลังความตายไปเกิดจะมีบริวารและความมั่งมี วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก จุดเริ่มต้นสร้างปราสาทผึ้งถวาย ในสมัยพุทธกาล เมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษา เป็นปีที่ 7 บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ครั้นถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นวันมหาปวารณาออกพรรษา พระพุทธเจ้ามีกำหนดเสด็จสู่เมืองมนุษย์ ซึ่งเรียกวันนี้ว่า “วันพระเจ้าเปิดโลก” พระอินทร์จึงเนรมิตบันได 3 ชนิด ได้แก่ บันไดทองคำ อยู่เบื้องขวา สำหรับทวยเทพเทวดาลง บันไดเงิน อยู่เบื้องซ้าย สำหรับพระพรหมลง บันไดแก้วมณี อยู่ตรงกลาง เพื่อให้พระพุทธองค์เสด็จ ครั้นเสด็จถึงประตูเมืองสังกัสสนคร ทรงประทับพระบาทเบื้องขวาลงก่อน เหล่านาค มนุษย์ และสัตว์นรก ต่างชื่นชมปลื้มปิติในพระพุทธบารมี เกิดมีความเลื่อมใสในบุญกุศล จนจินตนาการเห็นปราสาทสวยงามใคร่จะไปอยู่ จึงรู้ชัดว่าการที่จะได้ไปอยู่ปราสาทอันสวยงามนั้นต้องสร้างบุญกุศล ประพฤติปฏิบัติอยู่ในหลักศีลธรรม...

พระธาตุนารายณ์เจงเวง จ.สกลนคร

รูปภาพ
พระธาตุนารายณ์เจงเวง เป็นพระธาตุเก่าแก่สมัยเดียวกันกับพระธาตุเชิงชุม แต่ศิลปะการก่อสร้าง ผิดไปคนละแบบ พระธาตุองค์นี้สร้างด้วยศิลาแลงแบบเดียวกับปราสาทพิมาย แต่มีขนาดเล็กกว่า เป็นปรางค์แบบขอม พระธาตุนารายณ์เจงเวง มีตำนานการก่อสร้างอยู่ในตำนานพระอุรังคธาตุ หรือตำนานพระธาตุพนม ซึ่งกล่าวไว้ว่า พระธาตุภูเพ็กสร้างโดยกลุ่มผู้ชายเพื่อแข่งขันกับกลุ่มผู้หญิงซึ่งสร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวงเพื่อรอบรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า แต่กลุ่มผู้ชายได้ยุติการสร้างเมื่อเห็นดาวเพ็กบนท้องฟ้า ซึ่งเป็น กลลวงของกลุ่มผู้หญิงผู้สร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง ปราสาทหลังนี้จึงได้ชื่อว่า ปราสาท พระธาตุภูเพ็ก  ตามชื่อดาวเพ็ก องค์พระธาตุแบ่งเป็นหลายส่วน คือ ส่วนที่เป็นฐาน ส่วนที่เป็นองค์หลังคา และส่วนยอด ส่วนที่เป็นฐานก่อด้วยศิลาแลง ก้อนขนาดใหญ่เอวคอดกิ่วเหมือนพานดอกได้ สูง 18 เมตร กว้างด้านละ 15 เมตร องค์เจดีย์เป็นทรงสี่เหลี่ยม ส่วนที่เป็นหลังคาและยอด ปัจจุบันหักพังหมดแล้วยังคงเหลือแต่องค์พระธาตุ ซึ่งมีประตูและซุ้มประตูด้านทิศเหลือและทิศตะวันออก ยังพอเห็นความวิจิตรงดงามอยู่พอสมควร ด้านทิศตะวันออกต่อจากประตูออกมา เป็น...

ดาวเพ็ก ตำนานชายแพ้กลหญิงสร้างพระธาตุ จังหวัดสกลนคร

รูปภาพ
ครั้นเมื่อถึงเดือน 6 เพ็ญ วันพุทธปีชวด พระยาสุวรรณภิงคาร ได้ข่าวว่าพระสัมนะโคดมบรมศาสดา ปะยะมุลณีศรีสัญญเพ็ชรพระพุทธเจ้าของเรา เสด็จดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพานแล้ว พระมหากัสสปเถระเจ้ากับพระอรหันต์ 500 รูป จำนำเอาอุรังคธาตุพระพุทธเจ้ามาประดิษฐ์ฐานไว้ที่ภูกำพร้า พระยาสุวรรณภิงคารประชุมข้าราชการราษฏรทั้งหลายว่า เราคิดถึงคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่เป็นอันมาก เราทั้งหลายควรจะสร้างอุโมงค์ไว้คอยอุรังคธาตุ เพื่อรอแบ่งไว้สถาปนาเป็นทีสักการะบูชาสืบพระศาสนาต่อไป สะพานขาม ข้าราชการราษฎรทั้งชายและหญิง มีความยินดีเห็นชอบด้วย แต่ความมีศรัทธาแยกเป็น 2 พวกคือ พวกผู้ชาย พอใจจะไปก่ออุโมงค์ไว้ที่ดอยคูหา (ภูเพ็ก) ซึ่งเป็นพระแท่นบัลลังก์ของพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาประทับบรรทมที่นั่น พระยาสุวรรณภิงคารก็เห็นชอบด้วย  ฝ่ายผู้หญิงมีพระนางนารายณ์เจงเวงเป็นประธาน พอใจที่จะก่ออุโมงค์ที่สวนอุทยานเจงเวง และจะก่อสร้างสะพาน (ปัจจุบันคือสะพานขอมโบราณ ตรงลานรวมใจไทสกลฯ ตรงข้ามห้างโลตัส) ด้วยหินศิลาแลงตามถนนออกจากเมืองให้ไปถึงอุทยานนารายณ์เจงเวง เพื่อความสะดวกในการไปมานมัสการบูชาพระธาตุนั้นทุกฤดูกาล ฝ่ายพระยาสุวรรณภิงคา...

จากตำนานเมืองหนองหารล่ม สู่พระธาตุเชิงชุม

รูปภาพ
  ตำนานเมืองหนองหารสู่พระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร เดิมเมืองสกลนครปรากฏนามว่า เมืองหนองหารหลวง ครั้งหนึ่ง "ขุนขอม" ราชบุตรเจ้าเมืองอินทปัตถ์นคร ได้พาครอบครัวบ่าวไพร่ของตนมาสร้างเมืองขึ้นที่ริมหนองหารหลวง ตรงท่านางอาบ (ปัจจุบันเชื่อว่าเป็นบ้านน้ำพุ บ้านท่าศาลา อำเภอโพนนาแก้ว) สมมุตินามว่าเมืองหนองหารหลวง ขุนขอมได้เป็นเจ้าเมือง ขึ้นกับเมืองอินทปัตถ์นคร ขุนขอมมีราชบุตรคนหนึ่งชื่อสุรอุทกกุมาร คือ เมื่อวันประสูติมีอัศจรรย์บังเกิดขึ้น มีน้ำพุเกิดขึ้นในที่ใกล้กับเมืองนั้น บิดาจึงให้นามว่า ซ่งน้ำพุ (ปัจจุบันคือบ้านน้ำพุ อำเภอโพนนาแก้ว) ต่อมาพอพระชนม์ของเจ้าสุรอุทก จำเริญวัฒนาครบ ๑๕ พรรษา ขุนขอมผู้เป็นบิดาถึงแก่กรรม ฝ่ายกรมการราษฎร พร้อมกันเชิญเจ้าสุรอุทกขึ้นเป็นเจ้าเมือง สมมุตินามว่า“พระยาสุรอุทก”พระยาสุรอุทก ปกครองบ้านเมืองต่อมามีบุตรชายสององค์ องค์พี่ปรากฏนามว่าเจ้าภิงคาร องค์น้องปรากฏนามว่าเจ้าคำแดง ขุนขอมมีราชบุตรคนหนึ่งชื่อสุรอุทกกุมาร คือ เมื่อวันประสูติมีอัศจรรย์บังเกิดขึ้น มีน้ำพุเกิดขึ้นในที่ใกล้กับเมืองนั้น บิดาจึงให้นามว่า ซ่งน้ำพุ (ปัจจุบันคือบ้านน้ำพุ อำเภอโพนนาแก้ว) ต่อ...

ประวัติศาสตร์จังหวัดสกลนคร

รูปภาพ
ประวัติศาสตร์จังหวัดสกลนคร สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา ดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รวมทั้งบริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้าโขง ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) เดิมเรียกว่า อาณาจักรโคตรบูรณ์ ซึ่งเป็นอาณาจักรของขอมสมัยเรืองอ้านาจในดินแดนแถบนี้ ขอมได้ตั้งเมืองศรีโคตรบูรณ์เป็นราชธานี และได้ตั้งเมืองพิมายเป็นเมืองอุปราชหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรโคตรบูรณ์ คือ พระธาตุพนมและพระธาตุอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีในปัจจุบัน ในดินแดนที่เป็นอาณาจักรโคตรบูรณ์ดังกล่าว เมืองหนองหานหลวงก็เป็นเมืองหนึ่งของอาณาจักรนี้ ช่วงเวลาที่มีหลักฐานประกอบการตั้งชุมชนรอบๆ หนองหานอยู่ในสมัยของขอมเรืองอ้านาจดังกล่าว ปรากฏในโบราณสถานหลายแห่ง เช่น พระธาตุนารายณ์เจงเวงหรือพระธาตุนารายณ์เชงเวง พระธาตุภูเพ็ก พระธาตุดุม และสะพานขอม เป็นต้น ประกอบกับต้านานอุรังคนิทานได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในสมัยพุทธกาล กรุงอินทรปัต มีอ้านาจครอบคลุมดินแดนแถบนี้ และมีเมืองหนองหารหลวงขึ้นกับกรุงอินทรปัต เมืองหนองหารหลวงเป็นเมืองเอกที่เป็นศูนย์กลางอ้านาจปกครองของขอม หลักฐานที่แสดงว่าเมืองหนองหารหลวงเป็นเมืองเอกของขอมที่ปรากฏชัดคือ ศิลปวัตถุที่พบใน...

มหัศจรรย์ 5ค่ำเดือน11 วันสัตตนาคารำลึก วัดพระธาตุพนม

รูปภาพ
ปฐมบทของเหตุการณ์ วันสัตตนาคารำลึก ย้อนตัวเลขถอยหลังกลับไปในปี พ.ศ.2500 เวลาประมาณตีสอง ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 11 เกิดพายุฝนฟ้าคะนองแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่นทั่ว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม แดนดินอีสานตอนบนริมฝั่งแม่น้ำโขง ประวัติโดยสังเขป วันสัตตนาคารำลึก "นายไกฮวด" กุลีกุจอออกมารองน้ำฝนหน้าบ้าน พลัน...สายตาเหลือบแลเห็น "แสงประหลาด" ทอดเป็นลำโตๆ คะเนว่าใหญ่เท่าลำต้นตาล มีสีต่างๆ สวยงามอร่ามยิ่ง นับได้ถึง 7 สี พุ่งแหวกม่านเมฆาอากาศขนานเป็นลำยาว โดยมาจากทางด้านทิศเหนือ สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่ามาแต่ไกล จึงร้องเรียกภรรยาออกมาดูลำแสงประหลาดด้วยความตื่นเต้นปนตระหนก ครั้น...แสงมหัศจรรย์พุ่งมาถึงซุ้มประตูหน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ก็อันตรธานหายไปใน "องค์พระธาตุพนม" รุ่งเช้าสองสามีภรรยารีบนำความไปกราบเรียนต่อ "พระธรรมราชานุวัตร" เจ้าอาวาสในขณะนั้นรับทราบ สองราตรีผ่านมาเป็นวันขึ้น 7 ค่ำ เดือนเดียวกัน หลวงพ่อพระธรรมราชานุวัตร (แก้ว กฺนโตภาโส ป.ธ.6 น.ธ.เอก) สั่งให้ "สามเณรทรัพย์" ผู้เชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐาน นั่งทางในตรวจดูเหตุการณ์ว่า แสงประหลาดลึกลับที่นาย...