บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ วิถีชุมชน

วัฒนธรรมสูบปลาภาคอีสาน ป้องกันปลาหมอคางดำได้

รูปภาพ
ช่วงนี้ปรากฏการณ์ทางสังคม "ปลาหมอคางดำ" ซึ่งสามารถปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว สามารถแข่งขันกับปลาพื้นถิ่น กลายเป็นปัญหาสำคัญในหลายพื้นที่ สร้างปัญหาต่อระบบนิเวชสัตว์น้ำ ปัญหาปลาหมอคางดำ ทำให้ผมนึกถึงวัฒนธรรมในภาคอีสาน การสูบหนองน้ำหาปลากินในเทศกาล เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ หรือการผ่าปลาการกุศล มันคือการล้างหนองหรือทำความสะอาดหนองน้ำ สืบทอดมาเป็นประเพณีมาตั้งแต่บรรพบุรุษถึงปัจจุบัน แต่จริง ๆ แล้วผมคิดว่ามันคือการจัดสมมดุลของระบบนิเวศของ น้ำ ดิน และสัตว์น้ำ ด้วยวิถีการดำรงชีพของคนอีสาน จึงเป็นที่มาของการล้อเลียนเจ้าจั๊กแตนบอกปลาหมอคางดำว่า อย่าไปเลย ระวังจะเป็นปลาทอดเหมือนฉัน ลองเอาวิถีคนภาคอีสาน ไปใช้กำจัดปลาหมอคางดำในระยะยาวดูนะครับ แล้วจะเข้าใจคำพูดที่ว่า "ทำไมปลาหมดคางดำไม่กล้ามาภาคอีสาน"

แมงกีซอน ประโยชน์มาก เป็นสัตว์เศรษฐกิจและบ่งบอกความสมบูรณ์

รูปภาพ
เรื่อง: แตงโม สกลนคร มาเด้อพี่น้อง! มื้อนี้สิเล่าสู่ฟังเรื่อง "แมงกีซอน" ของดีบ้านเฮา ที่บ่ได้มีดีแค่แซ่บเด้อ เมื่อวานนี้เอง ผมได้กินข้าวแลงแบบบ้าน ๆ เฮา คั่วแมงกีซอนฮ้อน ๆ ใส่เกลือหอม ๆ เสิร์ฟกับแจ่วบองปลาร้าใส่มะกอก แกล้มด้วยยอดดอกแค้ลวก โอ้ย! อิ่มท้องสบายใจไปเลยครับ เมนูนี้หากินได้ตามฤดูกาลเด้อครับ แต่ละท้องถิ่นกะเอิ้นบ่คือกันเนอะ บ้านผมเอิ้น "แมงกีซอน" แต่บางหม่องกะว่า "แมงจีซอน", "แมงอีซอน" ภาษาไทยเพิ่นกะว่า "แมลงกระชอน" แม่นบ่ ทางสุโขทัยเพิ่นเอิ้น "อีแหวก" ส่วนทางเหนือเปิ้นฮ้อง "แมงจอน" ข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านกะมีชื่อเรียกต่างกันไปอีก อย่างเขมรเพิ่นเอิ้น "กระมล" ว่าไปแล้วกะเป็นแมลงตระกูลเดียวกับจิ้งหรีดนี่เอง เล่าถึงเรื่องหาแมงกีซอนสมัยตะกี้กับสมัยนี้กะคนละเรื่องเลยครับ ตอนผมเป็นเด็กน้อย พากันไป "ย่ำแมงกีซอน" ตามหนองน้ำ จำได้ว่าต้องไปหาหม่องที่น่าจะมีโตมัน แล้วกะช่วยกันทำคันคูดินกั้นน้ำน้อย ๆ ขนาดพอให้เฮาลงไปย่ำได้ จากนั้นกะหวิดน้ำเข้ามา แล้วเอาเท้าซอย ๆ ย่ำ ๆ ลงไปในดิน บักแมงกีซอนมันทนบ่...

ของฝากจากบ้านนา มีหอยขัว กล้วยสุก แจ่วบอง

รูปภาพ
เรื่อง: แตงโม สกลนคร แม่ไปขัวบักหอยแนวลูกมักมาฝาก ตำแจ่วบองปลาแดกน้อยให้นำ กล้วยเครือในสวนพอดีสุกแบ่งกันคนละครึ่ง ทุกคนนน วันนี้มีของมาอวด! ไม่ใช่อะไรที่ไหน... แม่ส่งตรงของฝากจากบ้านนามาให้ถึงที่เลยอ่ะ 🥰 ดูดิ๊ มีทั้ง หอยขัว ที่รู้ใจลูกชายคนนี้ที่สุด ไปขุดมาให้แบบเน้น ๆ เลยนะ แล้วก็ แจ่วบองปลาแดกน้อย หอมนัวถึงเครื่อง กินกับอะไรก็อร่อยเหาะ 😋 ที่สำคัญคือ กล้วยสุก จากสวนหลังบ้าน เหลืองหวานกำลังดี แบ่งกันกินคนละครึ่งเครือไปเลยจ้า ระหว่างที่จัดของ แม่ก็บ่นอุบอิบตามสไตล์คนเป็นแม่แหละ "แม่เลยเตรียมแนวกินบ้านเฮาพอหาได้ ชีวิตบ้านเฮามันลำบาก ให้บ่หล่าเป็นคนดีเฮ็ดงานหมานเงิน หมานทอง ไปอยู่ไสกะมีแต่คนฮักคนดูแลเด้อ" ฟังแล้วมันจุกอกนิด ๆ แต่ก็รู้สึกได้ถึงความรักความหวังที่แม่ส่งมาพร้อมกับของกินเหล่านี้ เล่าถึง หอยขัว หน่อย หลายคนอาจจะงง ๆ มันคือหอยที่จำศีลอยู่ในดินช่วงหน้าแล้ง หลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ชาวบ้านก็จะลงทุ่งไปขุดหา เจ้าหอยพวกนี้พอถึงหน้าแล้งตัวจะอ้วนพี น่ากินสุด ๆ บ้านผมเรียก "หอยจูบ" เอามาแกงอ่อมนะ โอ้โห... ฟิน! หรือจะต้มกินกับส้มตำก็แซ่บอีหลีเด้อ ส่วน กล้วย เนี่ย ไม่...

เต่าหมาน ขอให้ปีนี้ได้ข้าวเต็มเล้า

รูปภาพ
ในประเพณีบุญข้าวสากบ้านผม นอกจากจะทำบุญอุทิศกุศลให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ยังมีอีกหนึ่งความเชื่อ เกี่ยวกับการทำนา คือ เต่าหมานข้าว (ป้าแตง ชาวบ้านตั้งชื่อเอง) ชาวบ้านจะนำข้าวเหนียวนึ่งสุกแล้ว มาปั้นเป็นรูปเต่า เตรียมไปพร้อมกับข้าวปลาอาหาร (ห่อข้าวใหญ่) รวมใส่ในถุงที่จะไปบุญข้าวสาก ทำเครื่องหมายกันลืมก่อนนะเดียวหยิบของคนอื่นมา นำไปถวายให้พระสวดมนต์ เสร็จแล้วตอนเพลหรือเที่ยง นำเต่าไปวางไว้ในเล้าข้าว ตามความเชื่อฤดูกาลทำนาปีนี้ ขอให้ได้ผลผลิตเยอะ ๆ เต็มเล้าข้าว ความเชื่อของชาวบ้าน เกี่ยวกับการทำนายังมีอีกเยอะ เริ่มตั้งแต่เตรียมลงทำนาจนถึงเปิดเล้าข้าว นำมากินเลยทีเดียว จะรวบรวมข้อมูลมาเล่าให้ฟังเรื่อย ๆ นะครับ

เทศกาลกลับถิ่นบ้านเกิด มารับพรพร้อมฝ้ายผูกแขน

รูปภาพ
เรื่อง: แตงโม สกลนคร "ฮ้ายกวดหนี ดีกวดเข่า" คือคำอวยพรปีใหม่ พ.ศ.2567 คนที่กลับบ้านครับ หลายคนใช้วาระเทศกาลวันหยุดยาว หยุดงานจากต่างจังหวัดกลับถิ่นบ้านเกิด บรรยากาศบ้านเรา ยังรู้สึกอบอุ่นเหมือนเดิมใช่ไหม ลูกรัก...จำได้ไหม เสียงลมหนาวพัดแผ่วๆ ตอนที่เรานั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกันที่บ้าน มันช่างเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นหัวใจเหลือเกิน ทุกครั้งที่ลูกกลับมา "ฮ้ายกวดหนี ดีกวดเข่า" คำอวยพรที่เราคุ้นเคย มันไม่ได้เป็นแค่คำพูด แต่มันคือความรัก ความห่วงใยที่เราอยากมอบให้ลูกในทุกย่างก้าวของชีวิต ภาพวันที่ลูกและญาติๆ ช่วยกันลงไปสูบน้ำในหนอง ปลากระดี่ตัวเล็กๆ ที่ดิ้นอยู่ในมือลูก เสียงหัวเราะที่ดังลั่นทุ่ง มันยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำของแม่เสมอ ยิ่งตอนเย็นที่เราได้กินปลาฝีมือลูก ปรุงรสด้วยความตั้งใจ มันอร่อยกว่าอาหารใดๆ ในโลก แม่จำได้นะ ตอนหนุ่มๆ ถ้าลูกซื้อเหล้ามาฝากพ่อ พ่อจะดีใจมากเป็นพิเศษ แล้วชวนแม่ทำ "ต้มไก่บ้านใส่ใบมะขามอ่อน" หม้อใหญ่ กินกันทั้งครอบครัว มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเรียบง่ายที่เราต่างโหยหา พอถึงเวลาที่ลูกต้องกลับไปทำงานที่เมืองกรุง ใจของคนเป็นแม่มันก็หวิวๆ...

ใครเคยมีบ้านมุงหลังคาด้วยหญ้า "ยากจนไหมละ"

รูปภาพ
ใครเคยเรียก "เถียงนา" ว่าบ้านบาง ผมคนหนึ่งที่เติบโตจากการมีเถียงนานอน ถ้าให้คิดย้อนถามตัวเองว่าลำบากไหม ผมจำความรู้สึกนั้นไม่ได้แล้ว อาจเป็นเพราะว่าพ่อ-แม่ ดูแลไม่ให้ขาดแคลน หมายถึงมีความมั่นคงทางอาหาร ผ่านมาอายุ 30 ปีแล้ว ยังตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ว่าปัจจุบันกับอดีตมันต่างกันไหมเริ่มรู้สึกมีความจำ จากเรื่องราวดีและไม่ดี คงช่วงปี 2540 เพราะรู้จักชื่อทักษิณ  ตอนนั้นผมยังร้องไห้อยากกินมาม่า และน่าสงสารนะไม่ค่อยมีร้านค้าซื้อมาม่า เลยไม่ค่อยเห็นว่าเงินบาทมีค่าเท่าไหร่ จึงติดนิสัยการอยู่เถียงนา เพราะรู้สึกว่าตนเองไม่มีความต้องการอะไรมาก แม้แต่ความมั่นคงในชีวิต คือใกล้หมดแล้วค่อยหาใหม่ หญ้าคากับการเอาตัวรอดของชีวิต เข้าเรื่องดีไหม…เชื่อมกับเถียงนานั้นแหละ แถวบ้านผมใช้ไพหญ้าคามุงเถียงนา ปีไหนฝนตกหลังคารั่วแสดงว่าหญ้าเริ่มเน่าแล้ว ถ้าไพหญ้าเองจะทำหนาแน่นใช้ได้ 4-5 ปี อย่างพึ่งสงสารนะ เพราะว่า พ่อผมมีทักษะเปลี่ยนถ่ายหลังคาเถียงนา พ่อจะแบ่งหลังคาเป็น 2-3 โซน เช่น บริเวณนอน บริเวณทำครัวหรือบริเวณเก็บอุปกรณ์การเกษตร ผมว่ามันคือ “นวัตกรรมภูมิปัญญา” ไม่รู้ว่าค้นพบมานานหรือยัง การเปลี่ยนหลัง...

ชื่นชม !! แห่แชร์ขั้นตอนปั้นองค์พระ กว่าจะได้ใช้ใจและเวลา (มีคลิป)

รูปภาพ
กว่าจะได้องค์พระพุทธรูป มาให้เรากราบไหว้บูชาในทุกวันนี้ ทุกขั้นตอนจะต้องใช้เวลาและความชำนาญ และที่สำคัญคือกำลังใจ เฟซบุ๊กที่ชื่อ กวี อิ่มอารมณ์ ได้ประกอบกิจการเป็นช่างปั้นองค์พระ เป็นธุรกิจครอบครัว รับปั้นงานปฏิมากรรมต่าง ๆ และในยุคปัจจุบันการตลอด การซื้อขายโฆษณาจะผ่านระบบออนไลน์ เขาจึงใช้โอกาสนี้เผยแพร่ความสามารถในงานปั้นต่าง ๆ วันนี้จะมาแนะนำขั้นตอนการปั้น ซึ่งพี่เขาโพสต์ในเฟซบุ๊ก ว่า "พระพุทธะแสงเหนือ สำเร็จอีก 1 ขั้นตอน ในการสร้าง องค์พระปั้นด้วยจากใจของคนในครอบครัว ลูกเมียที่ช่วยสร้างองค์พระท่าน ออกมาเป็นที่น่าพอใจในอีก 1 ขั้นตอน ในคลิปถ้ามีเนื้อหาในการปั้น ดูแล้วไม่เหมาะสม กระผม กวี ต้องขออภัยไว้ใน ณ. ที่นี้ด้วยครับ สิ่งที่นำเสนอออกมาให้ชม เป็นขั้นตอนการทำงานจริงๆ" ปั้นองค์พระ ดูคลิป  ปั้นองค์พระ ปั้นองค์พระ ขอบคุณข้อมูลจาก

ผ้าย้อมมูลควายบ้านนาเชือก จังหวัดสกลนคร

รูปภาพ
วันนี้แตงโม จะพาทุกคนไปรู้จักกับผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่ง ที่ผลิตขึ้นมาจากธรรมชาติ สร้างความฮือฮ่าให้กับผู้ที่ได้สัมผัส แต่สามารถสร้างรายได้ ให้กับชาวบ้าน เดือนละหลายหมื่นเลยที่เดียว "ก็ฝ้าย" กลุ่มผ้าย้อมมูลควายบ้านนาเชือก ผ้าย้อมมูลควายบ้านนาเชือก รวมกลุ่มกันทอผ้ามีชื่อว่า “กลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติบ้านนาเชือก (มูลควาย)” บ้านนาเชือก หมู่ที่ 9 ตำบลแร่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2553 โดยมีคุณสายสุณี ไชยหงษา ประธานกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติบ้านนาเชือก (มูลควาย) มีสมาชิกในกลุ่มเริ่มแรก 12 คน มีการลงทุนกันหุ้นละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 1,200 บาท นำเงินที่ได้ไปซื้อวัสดุมาทอผ้า ทางกลุ่มได้ช่วยกันผลิตสินค้า ทำเป็นชิ้นงานต่าง ๆ ไม่ได้คิดค่าแรง โดยนำมูลควายมาย้อมสีเส้นด้าย นำมาทอเป็นผ้าผืนและตัดเย็บ พัฒนาแบบเป็นเสื้อผ้า ตุ๊กตา จำหน่ายภายใต้แบรนด์ “ก็ฝ้าย” ก่อให้เกิดธุรกิจสร้างรายได้ให้ให้ชุมชน ขึ้นแท่นสินค้าโอทอป 5 ดาว ในการส่งประกวดเพียงครั้งแรก และก่อให้เกิดเป็นธุรกิจในชุมชนสร้างรายได้ไม่น้อย จุดเริ่มต้นผ้าย้อมมูลควาย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า...