ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

บูรณาศาสตร์…สหวิทยาการ

ย้อนกลับไปในปี 2563... ผมจำได้ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินคำว่าสหวิทยาการ… “บูรณาศาสตร์” สารภาพตามตรงครับ ตอนนั้นผม “งง” และไม่เข้าใจเลยว่าในทางปฏิบัติมันคืออะไร? แต่มันเป็นคำที่มีเสน่ห์มาก ฟังแล้วรู้สึกมีพลัง รู้สึกถึงความหวังว่ามันจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนอะไรบางอย่างได้ แต่นั่นแหละครับ... ในโลกของความจริง ความหวังอย่างเดียวมันกินไม่ได้ และมันทำงานให้สำเร็จไม่ได้ 1. กำแพงที่ชื่อว่าการบูรณาการจริง พอเวลาผ่านไปจนถึงปี 2568 ผมเริ่มมองเห็นโลกกว้างขึ้น และเข้าใจแล้วว่าการจะทำให้เกิด "การบูรณาการทุกศาสตร์" นั้น มันเกิดขึ้นจริงยากมาก ทำไมถึงยาก? เพราะลำพังแค่คนพูดว่า "เราทำงานแบบบูรณาการ" นั้นใครก็พูดได้ แต่สิ่งที่พิสูจน์ความจริงได้ดีที่สุดคือ “หลักฐานเชิงประจักษ์” ครับ ถ้าคุณบอกว่าคุณใช้หลายศาสตร์ คุณต้องแสดงให้เห็นว่าศาสตร์เหล่านั้นมันร้อยเรียงกันจนแก้ปัญหาได้จริง ไม่ใช่แค่เอาคนหลายสาขามานั่งในห้องเดียวกันแล้วต่างคนต่างทำ 2. สูตรสำเร็จที่ไม่มีทางลัด จากประสบการณ์ที่ผมได้คลุกคลีมา การจะทำงานหนึ่งเรื่องให้เป็นสหวิทยาการได้จริง มันไม่ใช่แค่เรื่อง "ความรู้...

บันทึก “35 กิโลเมตรบนรถสามล้อ” และปีใหม่ที่บ้านนาสีนวล

ปีใหม่ พ.ศ. 2569 ของเพื่อนๆ เป็นยังไงกันบ้างครับ? ส่วนของผม... บอกเลยว่า "พีค" ตั้งแต่วันเริ่มเดินทาง! 🚌 การเดินทางที่เริ่มต้นด้วย “ความเขิน” ผมเลือกเดินทางกลับบ้านวันที่ 31 ธ.ค. ด้วยรถโดยสาร เพราะอยากได้ความชัวร์เรื่องความปลอดภัย (และแอบไปช้ากว่าคนอื่นหน่อย) ผมไปยืนรอรถหน้า มรภ.สกลนคร ตอนสายๆ ได้ขึ้นรถช่วง 10.30 น. ขนาดวันเคาท์ดาวน์คนยังแน่นรถจนต้องยืนเบียดกันยาวๆ ไป 30 กิโลเมตรจนถึงบ้านดงมะไฟ จุดสำคัญอยู่ตรงนี้เลยครับ... สงสัยสภาพผมจะดูเหมือนคน "เมาค้าง" (จริงๆ คือแค่เพลียครับ 555) มีน้องพลทหารคนหนึ่งที่นั่งอยู่คงสงสาร เลยลุกเสียสละที่นั่งให้ ผมนี่ทั้งขอบคุณทั้งเกรงใจ รีบขยับเข้าไปนั่งข้างพี่อีกคน พอพี่เขาลงที่พรรณานิคม น้องพลทหารจึงมานั่งด้วยกัน Moment ชวนลุ้น น้องเขาลงก่อนผมที่บ้านโนนสวรรค์ เสียงในหัวผมนี่สู้กันมาก "จะขอเบอร์ติดต่อดีไหมนะ?" แต่สุดท้ายความปอดแหกก็ชนะครับ ไม่กล้าขอ กลัวน้องเขาตกใจ... ได้แต่เก็บความประทับใจนี้ไว้ในบันทึกแทน 🛺 ครั้งแรกในชีวิต! สามล้อพากลับบ้าน 35 กิโลเมตร พอถึงสว่างแดนดินตอนเที่ยงครึ่ง ความซวยมาเยือนครับ! พี่คนขับสามล้อแ...

วันหยุดฮีลใจ: แค่อยู่บ้านโน๊ตบุ๊คเก่าก็เติมสุขได้ ไม่ต้องเยอะก็แฮปปี้!

เรื่อง: แตงโม สกลนคร สวัสดีครับทุกคน! วันนี้มาแบบสบาย ๆ เหมือนนั่งคุยกันในพอดแคสต์เลยนะ... คือช่วงเนี้ย ผมรู้สึกเลยว่าชีวิตมันไม่ได้ต้องการอะไรที่หวือหวามากเลยครับ โดยเฉพาะพออายุเราเริ่มแตะเลขสามเนี่ยนะ (หัวเราะเบา ๆ) ไอ้ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยู่รอบตัวนี่แหละ มันโคตรดีเลย อย่างวันหยุดที่ผ่านมาเนี่ย โอ้โห สวรรค์เลยครับ ได้อยู่บ้านแบบเต็ม ๆ อ่ะ แล้วมันฟินตรงไหนรู้ป่ะ? คือมันมีทุกอย่างที่เราต้องการแบบไม่ต้องดิ้นรนเลยอ่ะ คิดภาพตามนะ... ตื่นมาแบบไม่ต้องรีบ มีของกินอร่อย ๆ ในตู้เย็น อยากจิบกาแฟก็ชงเองได้ง่าย ๆ พอเริ่มหิว ๆ หน่อยก็หาอะไรใส่ท้องแบบไม่ต้องคิดเยอะ แล้วที่สำคัญเลยนะ คือมุมโปรดของผมเนี่ย มันมีโน๊ตบุ๊คคู่ใจไง ถึงมันจะอายุอานามพอสมควรแล้วนะ จะว่าไปก็เหมือนเพื่อนที่โตมาด้วยกันเลยแหละ อาจจะไม่ได้แรงหวือหวาเหมือนรุ่นใหม่ ๆ แต่เอาไว้พิมพ์งาน เอาไว้อ่านนู่นนี่นั่น หาข้อมูลอะไรเบา ๆ มันก็ยังโอเคของมันอยู่นะ แถมมี Wi-Fi แรง ๆ ให้เชื่อมต่ออีก แค่นี้ก็เหมือนได้เปิดโลกอีกบานแล้ว เบื่อ ๆ ก็หยิบหนังสือเล่มโปรดมาอ่าน อ่านไปจิบน้ำเย็น ๆ ไป หรือถ้าอยากจะไถโซเชียลดูชาวบ้านเค้าบ้าง ก็มีไอแพด มีมื...

แล้วทั้งชีวิตเธอ…อยากที่จะดูแลฉันไหม?

เรื่อง: แตงโม สกลนคร เคยไหมครับ... ที่เราตั้งคำถามกับตัวเองในวันที่รู้สึกเหงา หรือในวันที่กำลังใคร่ครวญถึงความสัมพันธ์บางอย่าง? เหมือนอย่างเรื่องที่ "แตงโม" เล่าให้ฟัง แม้ว่าจะเป็นประสบการณ์สุดแปลกที่เงาในน้ำทักท้วง แต่คำถามที่เธอถามกลับไปนั้น มันกลับก้องอยู่ในความคิดของผมอยู่นานเลยทีเดียว "แล้วทั้งชีวิตเธอ... ไม่อยากที่จะดูแลฉันเลยหรอ?" ฟังดูเหมือนเป็นคำถามที่เรียกร้องความเห็นใจ หรืออาจจะดูเหมือนเป็นการตัดพ้อ แต่ถ้าเราลองพิจารณาให้ลึกลงไปอีกนิด เราจะพบว่ามันแฝงไปด้วยความจริงที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว บ่อยครั้งที่เราทุ่มเทความรู้สึกทั้งหมดไปกับการดูแลใครสักคนที่เรา "ชอบ" หรือ "รัก" เราปรารถนาที่จะอยู่เคียงข้าง เอาใจใส่ และมอบทุกสิ่งที่เราคิดว่าเขาต้องการ จนบางทีเราอาจจะลืมตั้งคำถามที่สำคัญกับตัวเองว่า... แล้วตัวเราล่ะ? ใครกันที่จะเป็นผู้ดูแลหัวใจของเราอย่างแท้จริง? การที่เราคาดหวังให้ใครอีกคนมาเติมเต็มทุกช่องว่างในชีวิต มาเยียวยาทุกบาดแผลในใจ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืนเสมอไปนะครับ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถอยู่เคียงข้างและเข้าใจความร...

เคยตกหลุมพรางความรักแบบหัวปักหัวปำไหม?

เรื่อง: แตงโม สกลนคร เคยไหมครับ ความรู้สึกที่เหมือนถูกแรงดึงดูดบางอย่างฉุดกระชากให้เราเข้าไปอยู่ในวังวนของใครบางคน? อาการมันเริ่มจากความอยากรู้จัก อยากวนเวียนใกล้ๆ แบบไม่มีเหตุผลชัดเจน เหมือนมีอะไรมาดลใจให้เราโฟกัสไปที่เขาคนนั้น จนกระทั่งความคิดและการกระทำของเราเริ่มเปลี่ยนแปลงไปโดยที่เราเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัว บางทีแค่ได้เห็นหน้า หัวใจมันก็เต้นผิดจังหวะไปหมด ร่างกายเหมือนเสียศูนย์ ควบคุมอะไรไม่ได้ ยิ่งถ้าได้สบตาใกล้ๆ นะ โอ้โห... เหมือนน้ำตาลในเลือดมันพุ่งสูงปรี๊ด ชนิดที่เรียกว่าเป็นเบาหวานทางใจเลยก็ว่าได้ (หัวเราะเบาๆ) แล้วไอ้อาการที่นั่งฟังเพลงเดิมๆ ที่เขาชอบ หรือบางทีเขาร้องไม่เพราะเลยด้วยซ้ำ แต่เราก็นั่งฟังได้เป็นสิบรอบแบบไม่เบื่อ แถมยังเผลอยิ้มออกมาคนเดียว จินตนาการไปต่างๆ นานา นี่มันอาการของคน “รักหมดใจ” ชัดๆ เลยใช่ไหมล่ะครับ พอความสัมพันธ์มันเริ่มลึกซึ้งขึ้น เราจะเริ่มรับรู้กิจวัตรประจำวันของเขา ปรับเวลาของเราให้เข้ากันโดยไม่รู้ตัว ตื่นพร้อมกัน นอนเวลาใกล้เคียงกัน กินข้าวเวลาเดียวกัน มันมีความปรารถนาดี ความห่วงใย อยากดูแล อยากช่วยเหลือกันอย่างจริงจัง ซึ่งตรงนี้มันก็ดูมีเหตุผลอยู่บ...

ใจร้ายไหม? ถ้าเคยปฏิเสธ...แล้ววันนี้รู้สึกผิด

เรื่อง: แตงโม สกลนคร สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาคุยกันในบรรยากาศสบายๆ เหมือนนั่งคุยกันในพอดแคสต์นะครับ เคยไหมครับ... ที่บางครั้งในชีวิต เราอาจจะเคยปฏิเสธความช่วยเหลือจากใครบางคนไป ด้วยเหตุผลร้อยแปดพันเก้า ณ ตอนนั้นเราอาจจะไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอเวลาผ่านไป ได้ยินเรื่องราวบางอย่าง หรือแม้แต่คนใกล้ชิดของเขามาขอความช่วยเหลือจากเราอีกครั้ง ความทรงจำเก่าๆ มันก็เหมือนฉายหนังซ้ำในหัวเลยใช่ไหมครับ เหมือนเรื่องราวที่ผมเพิ่งได้อ่านมาเลยครับ ที่เขาเล่าว่า คนในครอบครัวของคนที่เลิกลาไปแล้ว มาขอความช่วยเหลือ แต่เขาปฏิเสธไป แล้วสุดท้ายก็มานั่งคิดมาก รู้สึกผิด โทษตัวเองว่าใจร้าย ความรู้สึกผิดมันถาโถมเข้ามาแบบที่เราตั้งตัวไม่ทันเลย ในยุคที่เราใช้ชีวิตอยู่กับโลกออนไลน์แบบนี้ บางทีความคิดถึงมันก็พาเราเผลอไปหยิบโทรศัพท์ อยากจะเข้าไปดูความเคลื่อนไหวของคนที่จากไปแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ตรงนั้นแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่กล้าที่จะทักทาย หรือติดต่อใคร เพราะกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่มันเจ็บปวด เราเลยได้แต่เก็บความรู้สึกนั้นไว้ คอยระบายกับเพื่อนสนิทในกลุ่มแชทเล็กๆ ผมเข้าใจเลยนะครับ ความรู้สึกที่มันตีกันอยู่ในหัว เ...

แบบไหนกัน? คือความสัมพันธ์ที่เราวางใจและฮีลใจได้

เรื่อง: แตงโม สกลนคร เคยไหมครับ... ในวันที่ความรู้สึกมันหนักอึ้ง จุกอยู่ในอก เหมือนโลกทั้งใบมันมืดมิดลงชั่วขณะ เหมือนที่ผู้เขียนบทความนี้ได้เผชิญกับความรู้สึกตอนที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ความเงียบและความมืดมันชวนให้เราตั้งคำถามกับตัวเองถึงความสัมพันธ์ที่ผ่านมา บางครั้งความสัมพันธ์ที่เราเคยให้ความสำคัญ อาจจะไม่ได้เป็นเหมือนที่เราวาดฝันไว้ การจากลาโดยไม่มีคำอธิบาย หรือความรู้สึกเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มันสร้างบาดแผลในใจได้อย่างลึกซึ้ง แต่ท่ามกลางความมืดมิดนั้นเอง ที่เราเริ่มมองเห็นแสงสว่างเล็กๆ ในใจตัวเอง การที่เราตั้งคำถามกับตัวเอง การที่เราโหยหาความเข้าใจ มันเป็นสัญญาณว่าจิตใจของเรากำลังต้องการการเยียวยา และกำลังมองหา "ความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย" ผู้เขียนได้ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา และในที่สุดก็ค้นพบว่า ความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยนั้น อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่ หรือซับซ้อนอย่างที่เราคิดไว้เลย มันอาจเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่มีความหมายอย่างลึกซึ้ง "แค่มีโอกาสได้บอกคิดถึงกัน" การที่เรากล้าที่จะแสดงความรู้สึกที่แท้จริง โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน หรือถูกมองว่าอ่อนแอ มันคือจุ...